Paranormal บทที่40 : Unfriendly help

posted on 27 Jan 2012 20:58 by tanbabasnake
สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามา อ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่นี่ >>>สารบัญเรื่อง Paranormal I : The Dark Lord
 
แล้วก็สำหรับตอนนี้  แนะนำว่า ถ้ายังไม่ได้อ่าน อ่านตอนเก่าก่อนครับ ตอนนี้สปอยมากๆ 
-------------------------------------------------------------------------------------
 
 

Unfriendly help

 

                       เซฟาร์ดยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาพลาดแล้ว โอกาสสุดท้ายที่จะได้พาพายกลับไปไหลหลุดออกไปจากมือ สิ่งที่พายพูดนั้นก็เป็นความจริงและทำร้ายจิตใจของเขามาก ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยได้ดูแลพายอย่างที่ควรจะเป็นเลยจริงๆ

 

                       พายซึ่งบินอยู่ด้านบนเกือบติดเพดานถ้ำก็เริ่มหยุดร้องไห้ และมองต่ำลงไปยังกลุ่มทาสเบื้องล่าง เพื่อตามหาสิ่งที่พอจะระบายอารมณ์ได้

 

                      ที่สะพานไม้ที่เชื่อมระหว่างเมืองทาสและสถานที่เลี้ยงสัตว์ประหลาด มีชายหนุ่มสองคน ใบหน้าคุ้นเคย กำลังวิ่งข้ามไป แน่นอน นั่นคือเจอาร์และอาโมส

 

                    “หึหึ จะไปไหน…” พายกระพือปีกสองสามทีก่อนจะพุ่งตรงไปยังสะพานไม้ด้วยความเร็วสูง ปีกกางออกกว้าง พร้อมที่จะใช้สันปีกอันแหลมคมตัดร่างของชายทั้งสอง

 

                   “เจอาร์ระวัง!!!” อาโมสตะโกนทันทีที่เห็นพายพุ่งตรงลงมา และทั้งคู่ก็ออกตัววิ่ง

 

                 ปีกของพายตัดสะพานไม้ผุๆพังๆจนขาดออก น้ำที่อยู่ข้างใต้สะพานเองก็กระเด็นขึ้นมาด้วยแรงกระแทก แต่ดูเหมือนพายจะบินกลับขึ้นไปด้านบนเพื่อเตรียมจู่โจมอีกครั้ง

 

               “รีบเข้าไปในที้เลี้ยงสัตว์ประหลาดเถอะ ทางเข้ามันเป็นถ้ำแคบๆ พายคงไม่ทะลุผนังถ้ำตามเข้ามาแน่นอน” อาโมสพูด ที่เมืองทาสเป็นถ้ำสูงๆก็จริง แต่การจะไปที่เลี้ยงสัตว์ประหลาดได้ต้องผ่านถ้ำแคบๆข้างล่าง เหมือนรังมดที่มีทางเชื่อมระหว่างห้อง ซึ่งระหว่างสองห้องนี้เป็นผนังถ้ำที่หนาพอสมควร พายคงไม่มีทางบินทะลุเข้ามาได้ง่ายๆ

 

               “อุ๊บ!!” จู่ๆอาโมสก็ร้องขึ้น เอามือซ้ายกุมที่ข้อมือขวาแน่น เลือดจำนวนมากยังคงทะลักออกมาจากแผลที่ถูกพายฟันจนเกือบขาดตั้งแต่ก่อนทะเลาะกับวี

 

             “ไหวมั้ย!?” เจอาร์วิ่งกลับเข้ามาช่วยอาโมส ที่ปากทางเข้าถ้ำเชื่อมเล็กๆ

 

           “เข้าไปในที่เลี้ยงสัตว์ประหลาดก่อน!!! อย่าเพิ่งสนฉั-” อาโมสพูดยังไม่ทันสิ้นเสียงปีกค้างคาวสีขาวเปื้อนเลือดก็พุ่งเข้าเสียบทะลุท้องของชายผิวสีจากข้างหลัง ทะลุไปโผล่ด้านหน้าจนเกือบจะเสียบท้องเจอาร์ด้วยอีกคน

 

           “อาโมส!!!” เจอาร์ตะโกน เปลี่ยนร่างของตนเป็นหิน และเอามือคว้าเข้าที่ปีกของพายหวังที่จะดันมันกลับออกไป

 

           น่าแปลก สันปีกของพายคมและแข็งขึ้นกว่าเดิมมาก แค่คว้าเข้าไปก็รู้สึกเหมือนร่างที่เป็นหินของเจอาร์จะถูกตัดขาดซะแล้ว

 

             “เจอาร์!!! หนีไป!!! ยัยนี่มันเอาจริง แล- อ้ากกกกกกกก” อาโมสตะโกนด้วยความเจ็บปวด เมื่อพายฟันปีกที่เสียบทะลุร่างของอาโมสออกไปด้านข้าง เฉือนให้ท้องของอาโมสขาดออกไปทางซ้าย เลือดจำนวนมากล้นทะลักออกมาทั้งจากบาดแผล และจากปากของอาโมส

 

              “พาดอลฟินออกไปให้ได้!! ฉันไม่ตายหรอกน่า!!!!” อาโมสร้อง และหันหน้าไปเผชิญหน้ากับพาย

 

              แต่เขารู้ดีว่า ตัวคนเดียวเอาชนะพายในตอนนี้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นพายเป็นแบบนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว หลังจากที่เซฟาร์ดหนีออกไป ทุกคนเรียกเธอว่า “ปีศาจ” เมื่ออารมณ์เข้าครอบงำพายอย่างแท้จริง

 

            เจอาร์วิ่งเข้าไปในถ้ำ ตรงเข้าไปยังที่เลี้ยงสัตว์ประหลาด โดยไม่หันหลังกลับ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของอาโมสยังคงดังลั่นตามหลังเขามา เขาไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ออกไปกับอาโมสอีกหรือไม่ แต่ทั้งหมดนี้ต้องไม่สูญเปล่า ดอลฟิน ต้องกลับไปกับเรา ถึงแม้จะเป็นแค่สัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งก็ตาม

 

             สถานที่เลี้ยงสัตว์ประหลาดเป็นถ้ำสูง ที่เพดานโหว่ และใหญ่พอที่จะให้มังกรตัวหนึ่งหย่อนตัวลงมาได้ พื้นปกคลุมไปด้วยกรวดกลม กลิ่นเหม็นฉุนจากของเสียของมังกรโชยมาแต่ไกล บัดนี้แสงอาทิตย์เป็นสีส้ม ส่องเข้ามาในถ้ำน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อความมืดกำลังเดินทางเข้ามาเยือน

 

            “ดอลฟิน!!!!!!!!!” เจอาร์ตะโกน และนึกขึ้นได้ว่าเซฟาร์ดบอกว่าต้องกลับไปก่อนที่พระอาทิตย์จะตกให้ได้ ถึงเขาจะไม่รู้ว่าทำไมต้องรีบ แต่ก็ต้องทำตามคำสั่งให้ดีที่สุด

 

         ทันทีทีตะโกนเรียก ไดโนเสาร์ตัวเล็กสูงประมาณเข่าเจอาร์ก็วิ่งออกมาจากซอกหิน ขนนกสีแดงฟ้าที่ปกคลุมแขนของมันกระพือด้วยความดีใจ ก่อนที่มันจะกระโดดขึ้นใส่อ้อมแขนเจอาร์

 

        “ไปกันเร็ว เราต้องออกไปจากที่นี่” ถึงเจอาร์จะพูดแบบนั้นก็ตาม แต่ทางออกทางเดียวก็ถูกปิดโดยพายซึ่งกำลังต่อสู้กับอาโมส ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความหมดหวัง

 

         “กว้ากกกก” ดอลฟินร้อง และเงยหน้าขึ้นไปข้างบน เพดานถ้ำที่โหว่เป็นรูกว้าง คืออีกหนึ่งทางออกของที่นี่

 

         “แต่…” เจอาร์ลังเล ผนังของถ้ำนี้สูงมากๆ และด้านบนก็เป็นจุดที่มีมังกรตัวใหญ่ยักษ์อาศัยอยู่ ขึนไปก็เท่ากับเดินเข้าโรงเชือดโดยตรงเลย

 

          “กว้ากกก กว้ากกกก!!!” ดอลฟินยังคงร้องอยู่ แต่ส่ายหน้าไปด้วย และมองกลับขึ้นไปยังด้านบน

 

          เจอาร์พยายามทำความเข้าใจ มันเหมือนกับว่าเจ้าไดโนเสาร์ตัวนี้กำลังพยายามจะบอกอะไรกับเขาสักอย่าง บางอย่างที่อยู่ด้านบน มีอะไรบางอย่างอยู่ด้านบน นอกจากมังกรงั้นหรอ?

 

           ชายหนุ่มเงยหน้าตามขึ้นไป พยายามมองหาจุดผิดปกติ แต่ก็ไม่พบอะไรทั้งนั้น

 

           ทันใดนั้นดอลฟินก็กระโดดออกจากแขนของเจอาร์ และออกตัววิ่งไปยังผนังถ้ำ พร้อมกับกระโดดขึ้นปีนไปยังด้านบนด้วยความเร็วสูง

 

          “เดี๋ยวสิ!!!” เจอาร์วิ่งตามไปทันที เขารู้ว่าไม่นานพายก็คงจะต้องตามเข้ามาในนี้ แต่ถ้าตามดอลฟินไป อาจจะเจอสิ่งที่พอจะช่วยชีวิตเขาไว้ก็ได้

 

           “นี่คิดจะปีนขึ้นไปทางมังกรจริงๆหรอ?” เจอาร์ถามเจ้าไดโนเสาร์

 

           “กว๊าก” ดอลฟินพยักหน้า และไต่ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

 

          ผนังหินปีนยากกว่าที่คิด ตามผนังไม่ค่อยมีที่ให้เอามือเกี่ยวหรือเท้าเหยียบสักเท่าไหร่ ดอลฟินมีกรงเล็บและปีก จึงปีนได้คล่องกว่าเจอาร์หลายเท่า แต่ถึงตกลงไปก็น่าจะเปลี่ยนร่างกายเป็นหินพอที่จะลดแรงกระแทกได้

 

          “ให้ช่วยมั้ย?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างล่าง แต่ไม่ใช่พายแน่นอน เพราะเป็นเสียงของผู้ชาย พูดด้วยน้ำเสียงสุขุม

 

          เจอาร์รีบมองลงไปด้วยความตกใจ ทางเข้าออกถูกปิดด้วยพายและอาโมส แต่คนคนนี้กลับเข้ามาได้!?

 

            แต่เมื่อมองลงไปก็พบกับใบหน้าที่คุ้นเคย ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำ เนกไทสีแดง ในมือถือองุ่นหนึ่งพวงและกำลังเด็ดเข้าปาก – อาร์เธอร์ หรือ ดาร์ค ลอร์ด นั่นเอง

 

          “นายต้องการอะไร?” เจอาร์ถาม ตัวสั่น

 

          “ช่วยไง ฆ่านายไปฉันได้อะไรขึ้นมา? เมื่อกี้ฉันเพิ่งไปที่ห้องของบอสมา เจอตาแก่นั่นสลบอยู่ ส่วนลูกแก้วหายไป… อำนาจสูงสุดตอนนี้ก็คือฉัน” อาร์เธอร์ตอบ

 

          “แต่ฉันยังไม่เห็นเป้าหมายขององค์กรเท่าไหร่ เดิมทีฉันทำตามบอส โดยเห็นว่าดูมีเป้าหมายบางอย่างที่ยิ่งใหญ่… หลังจากรู้เรื่องลูกแก้วฉันก็อยากจะลองรับรู้เป้าหมายนั้นโดยตรงจากพระเจ้า แต่ตอนนี้ไม่มีทั้งสองอย่างแล้ว  องค์กรกำลังเคลื่อนที่อย่างไร้จุดหมาย” เขาอธิบายต่อ

 

          “ล…แล้วไง?” เจอาร์ยังไม่เข้าใจเป้าหมายของอาร์เธอร์เท่าไหร่นัก

 

          “ฉันต้องการเป้าหมายที่มีความหมาย แน่นอนมันไม่ใช่การทำลายโลกหรืออะไรแนวๆนั้น อืม… บอสอาจจะคิดทำลายโลก แต่ฉันไม่เห็นว่าทำไปแล้วมันได้อะไรขึ้นมา โลกแตกเราก็ไม่มีที่อยู่กันหมด เพราะฉะนั้นเมื่ออำนาจในการควบคุมองค์กรตอนนี้เป็นของฉัน ซึ่งยังขาดเป้าหมาย ก็ว่าจะให้องค์กรมันพักอยู่นิ่งๆไปก่อนน่ะ” อาร์เธอร์พูดต่อ และเกาหัวสองสามที

 

         “แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่า… ลูกแก้วหายไป แต่ไม่มีเศษสักชิ้น หรือว่าลูกแก้วอยู่ที่ใครสักคนกันนะ?” อาร์เธอร์มองหน้าเจอาร์

 

         “ม… ไม่มี ไม่มีจริงๆ สาบานได้” จริงอยู่ที่เจอาร์คิดอยากจะนำลูกแก้วติดตัวมาด้วยเมื่อตอนที่เขาคุยกับใบหน้าในนั้น แต่ด้วยสถานการณ์คับขันทำให้เขาทำลายลูกแก้วไปแล้ว พร้อมๆกับแทนที่หายไป

 

        “เอาเถอะ ฉันขี้เกียจตามเรื่องลูกแก้วกับพระเจ้าอะไรนั่นและ ดีเหมือนกัน ฉันจะได้เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างแท้จริง” อาร์เธอร์พูดพร้อมกับกระโดดพุ่งขึ้นด้วยความเร็วสูง คว้าเจอาร์เข้าที่คอเสื้อ และแขนอีกข้างคว้าเข้าที่ลำตัวของดอลฟิน แต่ดูเหมือนเจ้าไดโนเสาร์จะกลัวและส่งเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง

 

           “ฉันจะพานายกลับไปในเมืองทาส ที่เหลือจะเป็นยังไงนั้นเรื่องของนาย” อาร์เธอร์พูดพร้อมเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงผ่านรูโหว่ขนาดใหญ่ที่ผนังถ้ำที่กั้นระหว่างเมืองทาสและสถานที่เลี้ยงสัตว์ประหลาด ดูเหมือนรูโหว่นี้เพิ่งเกิดมาใหม่ๆ จากการทำลายของอาร์เธอร์เอง

 

         “เดี๋ยวสิ พลังของนายไม่ใช่การสร้างอาหารขึ้นมาบนมือหรอกเรอะ?” เจอาร์ถาม เมื่อเห็นว่าอาร์เธอร์วิ่งด้วยความเร็วสูงพอๆกับเซฟาร์ด

 

          “หึหึ อย่ารีบตัดสินอะไรง่ายๆสิ” อาร์เธอร์ตอบ พร้อมโยนเจอาร์ลงบนพื้นโคลนของเมืองทาส ดอลฟินเองก็ตกลงบนร่างของเจอาร์ เล็บคมๆของเจ้าไดโนเสาร์ตัวเล็กเฉือนร่างเจอาร์ไปเล็กน้อย แต่แผลแค่นี้เด็กๆ

 

       “จริงสิ อาโมส!!” เจอาร์รีบลุกขึ้น อุ้มดอลฟินเอาไว้ และวิ่งกลับไปยังจุดที่สามารถเห็นทางเข้าทีเลี้ยงสัตว์ประหลาดได้

 

          แต่เมื่อวิ่งกลับไป ก็ไม่พบอะไรนอกจากคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณอย่างบ้าคลั่งราวกับเกิดระเบิดขึ้น และข้อมือขวาของอาโมสเองก็ตกอยู่บนพื้นด้วย ส่วนพายและร่างที่เหลือของอาโมสเองก็หายไป

 

             “บ้าเอ้ย!” เจอาร์หงุดหงิดกับความอ่อนแอของตน และหันหลังวิ่งกลับไปตามหาเซฟาร์ดเพื่อออกจากที่นี่ให้ได้ก่อนดวงอาทิตย์ตกดิน

 

Next Chapter : Retreat (coming 3/2/2012)

--------------------------------------------------------

อีก 5 บทก็จบแล้ว!!!!! O_O

ว่าด้วยเรื่องของงู : Cottonmouth

posted on 22 Jan 2012 16:47 by tanbabasnake

         เอ็นทรี่ก่อนหน้านี้ที่เป็นงู ผมเขียนถึง Black mamba! งูที่ภายในปากเป็นสีดำ!! ท่าทางน่ากลัวดี วันนี้เลยเอาด้านตรงข้ามมาให้ดูครับ!? ถ้าแบล็กแมมบาปากสีดำ คอตตอนเมาธ์ ข้างในปากสีขาวครับ ;D

 

 

        Cotton mouth หรือ Water moccasin (Agkistrodon piscivorus) เป็นงูไวเปอร์(พวกเดียวกับหางกระดิ่ง) พบในอเมริกา เพราะฉะนั้นอ่านไป ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไปเจอมันง่ายๆ

          ตัวเต็มวัยยาวเกิน 80 cm และเคยมีบันทึกว่ายาวที่สุดคือ 188 cm ลำตัวค่อนข้างอ้วน โดยตัวเมียตัวเล็กกว่าตัวผู้ หัวกว้าง และปลายจมูกทู่โดยส่วนบนจะยื่นออกไปข้างหน้ามากกว่าส่วนปาก

         ถึงแม้คอตตอนเมาธ์ที่พบส่วนมากจะมีลำตัวสีดำแทบทั้งหมด แต่ก็จะมีลายสีน้ำตาล เทา หรือสีแทนปนอยู่ด้วย เพื่อให้กลืนกับพื้นสภาพแวดล้อมรอบๆ และเมื่อโตขึ้นลายของมันก็จะจางลงไปด้วย

^หัวของคอตตอนเมาธ์ครับ ตัวนี้หน้าตาดูเป็นพวกมีอำนาจ 5555

 

         เจ้างูปากขาวตัวนี้เนี่ย เป็นงูที่ใช้ชีวิตใกล้กับแหล่งน้ำครับ โดยกินพวกกิ้งก่า กบ สัตว์ฟันแทะ และรวมไปถึงปลาด้วย (ปลาดุกก็โดนกินได้นะครับ ฮ่าๆ)

         คอนตอนเมาธ์เป็นงูที่แอคทีฟครับ ได้ทั้งกลางวันกลางคืน เป็นพวกปั่นงานเลยประมาณนี้ แต่ว่าส่วนมากจะแอคทีฟกว่าในตอนกลางคืน โดยวันที่กลางวันมันแดดร้อนมากๆ ก็อาจจะพบมันหลบแดดอยู่ใต้ร่มเงาครับ เห็นมั้ยล่ะ งูก็เหมือนคน พออากาศมันน่าเหนื่อยก็นอนซะ

          อ้อ แล้วก็ ก่อนเจาะรายละเอียด ผู้คนมี “ความเชื่อ” ว่าคอตตอนเมาธ์สามารถฉกได้จากใต้น้ำครับ O_O

 

 ^คอตตอนเมาธ์ ในน้ำเลยครับ

 

             คอตตอนเมาธ์นั้นเป็นงูที่ดุร้าย เคยมีการทดสอบมาแล้วว่า คอนตอนเมาธ์ส่วนมากเลือกที่จะป้องกันตัว มากกว่าหนีศัตรู แต่จะกัดก็ต่อเมื่อถูกเอามือหรือขามาสัมผัสเท่านั้น

           ถ้าหากถูกคุกคาม คอตตอนเมาธ์จะออกอาการเหมือนงูหางกระดิ่ง นั่นคือสั่นหาง แต่ต่างกันที่มันจะไม่มีเสียงครับ เป็นการสั่นหางขู่ไปธรรมดา เพราะจุดที่น่ากลัวของมันคือปากต่างหาก คอตตอนเมาธ์ภาคภูมิใจในปากของมันมาก และจะอ้าปากโชว์สีขาวข้างในเพื่อเป็นการขู่ศัตรู พร้อมๆกับส่งเสียงขู่ฟ่อไปด้วย ประมาณว่า “นี่คือกูนะ อย่ามาซ่า!!”

             คอตตอนเมาธ์ได้อีกชื่อว่า trap-jaw ในบางพื้นที่ ซึ่งแปลได้ใจความประมาณว่า “กรามกัปดัก” (แปลแล้วไม่เท่เลย) ที่ได้มาแบบนี้เพราะปากที่อ้ากว้างเป็นสีขาวของมันนั้น จะงับลงอย่างรวดเร็วถ้ามีอะไรมาแตะในปากของมัน!!

           และวิธีป้องกันตัวอีกอย่างนอกจากการกัดการขู่ คือวิธีที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมี นั่นคือการทำตัวให้แบน และเบ่งเอาสารที่มีกลิ่นฉุน ออกมาทางต่อมที่อยู่ตรงโคนหางของมัน (บริเวณนั้นจะเป็นที่ขับถ่ายของงูอยู่แล้วครับ) เหมือนเวลาที่จขบ.รำคาญเพื่อนที่มารบกวนการนอนก็จะตดออกมาซะเลย เย้ย!! ไม่ใช่นะครับล้อเล่น!

^ปากแบบชัดๆเลย ส่วนที่ตาเป็นสีขาวน่าจะไม่เกี่ยวกัน แค่เป็นช่วงเข้าคราบเฉยๆ

 

           ส่วนเรื่องที่ทุกคนน่าจะรออยู่อีกเรื่องหนึ่ง พิษครับ พิษของคอตตอนเมาธ์นั้น ค่อนข้างแรง แต่ปัจจุบันก็มียาเซรุ่มสำหรับแก้พิษ ทำให้ความอันตรายที่ถึงตายนั้นมีน้อย แต่พิษของคอตต้อนเมาธ์นั้นก็มีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อได้ อาการหลังจากโดนกัดก็จะมี เลือดออกที่ใต้ผิว บวม และเจ็บปวดอย่างรุนแรง (แต่ไม่เจ็บเท่าการกัดของงูหางกระดิ่ง อืม.. อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันจะเทียบยังไง เพราะประเทศไทยเราก็ไม่มีงูหางกระดิ่ง คงไม่มีใครรู้ว่ามันเจ็บขนาดไหน 555) ผิวที่โดนกัดอาจเกิดเม็ดพองหรือเป็นรอยย่นได้ แต่โอกาสเกิดค่อนข้างน้อย  แต่ว่าอาการเนื้อตาย สามารถเกิดขึ้นได้ และบางกรณีก็มีอาการกล้ามเนื้อกระตุกเบาๆด้วย

 

        ข้อมูลของเจ้าคอตตอนเมาธ์ผมมีไม่มากนะครับ นี่ก็ไปรื้อๆมาจากวิกิพีเดียของฝรั่งด้วย เพราะหนังสือที่ผมมีมันก้มีอยู่ไม่กี่บรรทัด = = แต่เห็นว่าเป็นงูที่น่าสนใจ เลยเอามาเขียนแชร์กันครับ ^^

 

*** ผมมาประกาศแก้อะไรบางอย่างด้วยครับ ครั้งที่แล้วคอนเฟิมไม่ได้ แต่ครั้งนี้ได้
 งูที่ว่ายน้ำตัวลอย ไม่จำเป็นต้องมีพิษเสมอไป!!! เพราะงูในจีนัส Nerodia ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำ ว่ายน้ำตัวลอยเหมือนคอตตอนเมาธ์ แต่ไม่มีพิษครับ ทั้งๆที่มันว่ายน้ำตัวลอย เพราะฉะนั้น วิธีนี้ใช้ไม่ได้นะครับ!!!!!!!!***

 

****เอ็นทรี่ต่อไป อาจไม่ใช่งูแต่เป็น แมลง!!!!****

 

อ้างอิง 

-       http://en.wikipedia.org/wiki/Agkistrodon_piscivorus

-       Dorling Kindersley handbooks : Reptiles and Amphibians

----------------------------------------
 
ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับงูพิษ ว่าด้วยเรื่องของงู พิษและไม่พิษ?

Paranormal บทที่39 : Misunderstanding

posted on 20 Jan 2012 20:28 by tanbabasnake
สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามา อ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่นี่ >>>สารบัญเรื่อง Paranormal I : The Dark Lord
 
แล้วก็สำหรับตอนนี้  แนะนำว่า ถ้ายังไม่ได้อ่าน อ่านตอนเก่าก่อนครับ ตอนนี้สปอยมากๆ 
 
-----------------------------------------------------------------------------
 

Misunderstanding

 

 

                เซฟาร์ดมองไปยังนัยน์ตาสีแดงของพาย ภารกิจที่เขาจำเป็นต้องอดทนรอมา5ปี ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังแล้ว

 

                  “พาย… พ่อขอโทษ  พ่อมารับกลับไปตามสัญญาแล้ว” เซฟาร์ดมองหน้าพาย พร้อมถอดหมวกสีดำที่เขาใส่ประจำออก “พ่อรู้ว่ามันสายเกิ…”

 

                “พ่อจะกลับมาทำไมตอนนี้!? กลับมาให้พายเห็นหน้า? กลับมาให้พายเจ็บใจไปมากกว่าที่เคยเป็นหรอ? อยู่กับครอบครัวใหม่กลางน้ำแบบนั้นก็สุขดีออกนิ!?” พายตะโกน บุคลิกของเธอเปลี่ยนไปจากเดิมทันที เธอกลับมาเป็นเด็กผู้หญิงอีกครั้ง

 

                “พ่อกลับมาตามสัญญา พ่อรู้ว่ามันช้า!! แต่ถ้าพ่อกลับมาเร็วกว่านี้ พ่อก็ไม่มีกำลังที่จะต่อสู้กับพวกมัน! ก็เท่ากับว่าตายเปล่า!!”

 

               “คือพ่อไม่ได้ห่วงพายเลยใช่มั้ย!? พ่อห่วงชีวิตตัวเองอย่างเดียวใช่มั้ยอะ? พ่อหนีออกไปพ่อก็คงคิดในใจล่ะสิ! ว่าทำไมเราต้องไปสัญญาบ้าบออะไรแบบนั้นไว้ด้วย!? รู้มั้ยว่าพาย…”

 

               น้ำตาไหลลงจากดวงตาสีแดงของพาย เปราะหน้าของเธอเต็มไปหมด เสียงของเธอสั่นไหวเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ความเจ็บปวดภายในกำลังถูกระบายออกมา ตลอดเวลา5ปีที่เธอต้องกดเก็บมันไว้คนเดียว กำลังไหลทะลักออกมาอย่างหยุดไม่ได้

 

               “…รู้มั้ยว่าพายเจ็บใจแค่ไหน!!! ตอนที่รู้ว่าพ่อทิ้งพายไว้ที่นี่! เพราะจะเป็นภาระของพ่อระหว่างที่ออกไปน่ะ!!”

 

                “พ่อไม่ได้ทิ้งพายไว้!!! พ่อพาพายออกไปด้วยไม่ได้!! เฮเลน…”

 

               “เลิกโทษเฮเลนได้แล้ว!!!! เฮเลนเป็นเหมือนพี่สาวของหนู!! ตลอดเวลามานี่ เฮเลนดูแลหนูมาตลอด!!! พ่อเคยให้อิสระกับพายบ้างมั้ย!? พ่อเคยทำอะไรให้พายบ้างมั้ย!? ตั้งแต่ก่อนมาที่นี่แล้ว…!! พ่อเคยแม้แต่จะให้ของขวัญวันเกิดกับพายบ้างมั้ย!!!! เคยอยู่ดูแลเวลาพายป่วยบ้างมั้ย!! ทุกอย่างแม่ก็ทำให้พายหมด!!! พ่อเคยทำอะไรบ้าง!!! พอมาที่นี่ ก็กลายเป็นเฮเลนต้องมาดูแลพายอีก!!!”

 

              “เฮเลน กำลังจะฆ่าพวกเรานะ!!! ถ้าตอนนั้นพ่อพาลูกออกไป เฮเลนก็จะฆ่าลูก…” เซฟาร์ดตะโกน

 

              “โกหก!!!! พ่อทิ้งพายไว้!!! พ่อไม่อยากแบกพายที่หมดสติไม่รู้เรื่องเอาไว้!! ใช้มั้ยล่ะ!? แบกคนอื่นมันหนักใช่มั้ยล่ะ!? มันคือภาระ ใช่มั้ย!” พายร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง เธอไม่ได้เป็นแบบนี้มาตลอด5ปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรก ที่ความอ่อนแอเข้าครอบงำเธอขนาดนี้

 

             “พายรู้หมดแหละ!! เฮเลนบอกตั้งแต่วันนั้นแล้ว!!”

 

              “ทำไมลูกถึงเชื่อเฮเลนล่ะ!? ลูกไม่รู้เห็นตอนนั้นอะไรไม่ใช่หรอ!!! ทำไมถึงเชื่อคำพูดของคนแปลกหน้าขนาดนั้น แต่ไม่เชื่อพ่อ!?”

 

              “ก็ไม่เห็นน่ะสิ!! พายถึงไม่เชื่อพ่อ!!!! เอ้อ… ใช่สิ  พ่อ!!!! เคยดูแลอะไรลูกบ้าง เวลาลูกโดนรังแก ก็หายไปไหนไม่รู้!!! เวลาลูกหิว  บอกจะไปหาของกินมาให้ จะไปเอาของอร่อยๆมาให้!! ก็หายไปไหนไม่รู้!!!! แล้วก็กลับมา… กลับมาทำท่าเหนื่อยๆ แล้วก็บอกว่า พ่อหามาให้ไม่ได้ ขอโทษนะ!!!” พายร้องไห้หนักขึ้นอีก

 

             เซฟาร์ดอยากจะตะโกนกลับไปบ้าง ว่าทุกครั้งที่เขาหายไป คือเฮเลนจับเขาไปลงโทษเนื่องจากหนีงานทาส หรือแม้แต่ขโมยอาหารจากในฐานมาให้พาย แต่เขาก็บอกไม่ได้ ถ้าหากเขาบอกไป พายคงรู้สึกผิดมาก

 

             เซฟาร์ดไม่รู้จะพูดยังไง ในเมื่อพายในตอนนั้นไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย ในช่วงเวลาแบบนั้น คนที่โดนกดดันมาเต็มพิกัด คงฝังใจและเปลี่ยนมันเป็นความทรงจำแย่ๆที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ง่ายที่จะโดนกล่อม โดนหลอก จากเฮเลน เพราะพายในตอนนั้นคงต้องการอะไรสักอย่าง มาโทษว่าเป็นสาเหตุของความทุกข์ของตน เพื่อเป็นที่ระบาย แต่โชคร้ายที่มันต้องเป็นเซฟาร์ด พ่อของเธอเอง

 

              “พ่อ… ถ้าพ่อโกหก แล้วพ่อจะกลับมาทำไมล่ะ?” เซฟาร์ดถาม พยายามจะหาเหตุผลมาอธิบาย โดยไม่ต้องบอกความจริง เขารู้ว่าจิตใจของพายจริงๆแล้วอ่อนแอ อ่อนโยน มากขนาดไหน ทุกอย่างถูกเคลือบโดยหน้ากากของเฮเลน ที่สอนให้เธอเป็นคนบ้าเลือดเพื่อกลบความทุกข์เท่านั้นเอง

 

               “จะไปรู้หรอ!? อยากรู้อะไรแบบนั้นก็ถามตัวเองสิ!! เอาจริงๆปะ พายยังสงสัยเลยว่าพายเป็นลูกพ่อรึเปล่า? เป็นแวมไพร์… โดนสั่งห้ามกินเลือด!?”

 

              “นั่นเพราะลูกควบคุมมันไม่ได้!!! ลูกกินทุกอย่างจนหมดร่างเหยื่อ ลูก ฆ่า คน นะ” เซฟาร์ดพยายามกล่อมพาย

 

              “บ่วงโซ่อาหาร! เรื่องธรรมดาไม่ใช่หรอ? เรพทิเลียน แวร์วูลฟ เค้าก็ฆ่าเหยื่อกันทั้งนั้นน่ะ!!!!” พายไม่ยอมแพ้ ตะคอกกลับทั้งน้ำตา

 

              “นั่นพวกเขาฆ่าเพราะจำเป็น!!! พวกเขาเลือกไม่ได้!! พวกเขาต้องการเนื้อ เราต้องการแค่เลือดนะพาย!!!”

 

               “อ๋อหรอ!? สิทธิพิเศษใช่ปะ? ถ้างั้นพายถามจริง พ่อไม่เคยฆ่าคนจากการดูดเลือดเลยหรอ?”

 

             “ใช่!! พ่อเคย แต่พ่อเรียนรู้ที่จะควบคุมมัน!! ทำไมเราต้องปล่อยให้มันมาครอบงำเราด้วยล่ะ? ทำไมเราต้องปล่อยให้คนอื่นตายเพราะแค่เราขี้เกียจที่จะเรียนรู้ที่จะควบคุม!!”

 

              “แล้วทำไมเราต้องลำบากเพื่อคนพวกนั้น?” พายถาม

 

               “จะคนหรือแวมไพร์ เรามันก็เลวแบบนี้มาตั้งแต่แรกไม่ใช่หรอ?” พายพูดซ้ำเข้าไปอีก

 

              “ฟังนะพาย… พ่อรู้ว่าในมุมมองของพาย โลกนี้ไม่มีความถูกต้องที่แท้จริง แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าเราจะทำอะไรก็ได้ ถ้าเราสามารถเลือกที่จะไม่ให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อน ไม่ต้องมารับภาระ เราก็ควรที่จะ…”

 

            “นั่นไง!! พูดออกมาแล้ว ไม่ต้องให้คนอื่นมารับภาระ… เหมือนที่พ่อไม่รับภาระของพายใช่มั้ย?” พายเถียงกลับ ตอนนี้เธอใช้อารมณ์อย่างเดียวแล้ว

 

            “ไม่ใช่!! พายเลิกคิดนู่นคิดนี่เองได้แล้ว!! เลิกคิดแบบเด็กๆได้แล้ว!! ทุกอย่างมันก็มีเหตุผลที่ซับซ้อน อย่าตัดสินอะไรง่ายๆได้มั้ย!!!” เซฟาร์ดเองก็เริ่มโมโห เมื่อเขาพูดอะไรไป พายกลับไม่ฟังเลยแม้แต่น้อย

 

             แต่ไม่ว่าจะโมโหขนาดไหน เขาก็ต้องระงับมันเอาไว้ให้ได้มากที่สุด “พ่อกลับมารับพาย พ่อทำทั้งหมดนี้เพื่อพาย!!! ทาสพวกนี้พ่อช่วยได้พ่อก็ช่วย!! แต่พาย… พ่อต้องช่วยกลับไปให้ได้!!!”

 

             “พายกินอาหารเพื่ออยู่รอด!!! พายต้องกินเลือด!!! พายต้องทำงานให้องค์กร!!! แต่พายขี้เกียจสนใจชีวิตพวกนั้น เหมือนที่พ่อไม่สนใจชีวิตทาสพวกนั้น แล้วเอาแต่จะมาหาพาย มาดุพาย นี่ไงล่ะ!!” พายเถียงกลับ

 

             “นี่มันคนละเรื่องกันแล้วนะพาย!!” เซฟาร์ดตะคอก ยิ่งเถียงกันพวกเขากลับไม่รู้ว่ากำลังคุยเรื่องอะไรอยู่กันแน่ ความโกรธเริ่มทำให้ต่างฝ่ายต่างพูดเพื่อระบายอารมณ์ มากกว่าจะพูดให้มีเป้าหมาย

 

              เซฟาร์ดอยากจะให้พายสงบสติอารมณ์มากกว่านี้ก่อน แต่เขาไม่มีเวลาแล้ว เขาต้องพาพายกลับไปให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ตก นี่เป็นโอกาสเดียว และอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้ว

 

             “กลับมากับพ่อเถอะ… กลับไปเป็นครอบครัว…” เซฟาร์ดกลั้นน้ำตาของตนไว้

 

             “แล้วแม่ล่ะ? ตอนที่แม่ตาย…พ่อมัวไปทำอะไรอยู่ อยู่ห้างฯไม่ใช่หรอ? ไปทำอะไรล่ะ?” พายถามกลับ ด้วยคำถามที่เซฟาร์ดฟังแล้วเจ็บที่สุด

 

             ตอนนั้นพายโทรศัพท์มา ถามว่าพ่ออยู่ที่ไหน เซฟาร์ดจึงตอบไปว่าอยู่ที่ห้างฯ ตามความเป็นจริง แต่พายกลับร้องไห้ลั่นและบอกว่าแม่ถูกฆ่าแล้ว การไปซื้อของขวัญให้พายในวันนั้น จึงต้องจบไปกลางคัน โดยไม่ได้อะไรกลับมา…

 

               “พ่อก็บอกไปแล้วไง… พ่อไปซื้อของขวัญให้พาย” เซฟาร์ดเริ่มน้ำตาคลอ เขาต้องทนรับความเจ็บปวดมหาศาล ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้น

 

                “โกหก…” พายยังคงร้องไห้ไม่หยุด “…คนโกหก!!! อ้างนู่นอ้างนี่อยู่ได้!!!... พอแล้ว… คุยกับพ่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา” พายปาดน้ำตาเป็นครั้งสุดท้าย กางปีกสีขาวเปื้อนเลือดออกกว้างขวาง ถึงแม้หลายอย่างที่เซฟาร์ดพูดอาจจะสามารถเปลี่ยนความคิดของพายได้ แต่ขณะนี้อารมณ์โกรธเคืองที่ครอบงำจิตใจของเธออยู่กลับทำลายเหตุผลทั้งหมดออกไปภายในพริบตา

 

              “เดี๋ยวสิ!!...” เซฟาร์ดพยายามจะห้ามพายไว้ แต่สายไปแล้ว แวมไพร์สาวบินตรงขั้นจากพื้นเมืองทาส และบินขึ้นไปวนไปวนมาอยู่ข้างบน

 

             “น่าสมเพชนะ… พวกที่บินไม่ได้” พายพูดกับตัวเอง โดยไม่สนว่าจะมีใครได้ยินหรือไม่ก็ตาม…

 

 -----------------------------------------------------------------

Next Chapter : Paranormal บทที่40 : Unfriendly help

 

 

คงยังไม่เร่งอัพครับ ภาคสองยังเขียนไปไม่ถึงไหนเลย คิดพล็อตก่อน ระหว่างนี้ก็อาจจะมีเอ็นทรี่งูมาแทรกๆบ้างแล้วแต่อารมณ์ครับ

paranormal บทที่38 : The love of father

posted on 13 Jan 2012 20:43 by tanbabasnake
สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามา อ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่นี่ >>>สารบัญเรื่อง Paranormal I : The Dark Lord
 
แล้วก็สำหรับตอนนี้  แนะนำว่า ถ้ายังไม่ได้อ่าน อ่านตอนเก่าก่อนครับ ตอนนี้สปอยมากๆ 
 
-------------------------------------------------
 
 

The love of father

 

                      “นี่ก็มากที่สุดที่อุปกรณ์ฉันจะช่วยได้แล้วละนะ” ไมค์บอกเซฟาร์ด หลังจากที่ใช้เครื่องมือมากมายทำแผลให้เบส รวมทั้งให้เลือดและต่อสายน้ำเกลือให้อย่างดี

 

                    “เด็กๆ ไม่ต้องห่วงนะ อยู่ในนี้เรามองเห็นข้างนอก แต่ข้างนอกมองไม่เห็นเรา ส่วนข้างในนี่ก็คิดซะว่าเป็นเครื่องบินส่วนตัว แต่จริงๆฉันชอบเฮลิคอปเตอร์มากกว่านะ ดูเท่กว่าเยอะเลย” ชายอ้วนพูดยิ้มแย้ม

 

                   ฟ้า เจอาร์ และโคฮาเนะได้แต่พยักหน้ายิ้มๆกลับไป

 

                รอบๆดูกว้างกว่าที่คิด ในตัวยานนั้นกว้างใหญ่มาก พอที่จะนั่งได้50กว่าคนเลยทีเดียว ขนาดเพดานยังสูงพอที่จะให้มาร์โกที่เป็นครึ่งคนครึ่งยักษ์เข้ามานั่งด้วยได้สบายๆ

 

               “ฉันจะกลับไปที่เมืองทาสอีกครั้ง ยังมีทาสรอความช่วยเหลือเราอยู่อีกมาก” เซฟาร์ดบอกไมค์ และกำลังจะหันหลังกลับไป

 

                “เดี๋ยวก่อนลุง!!! ผมไปด้วย! ผมยังมีหน้าที่อยู่เหมือนกัน” เจอาร์ตะโกนขั้นทันที เมื่อนึกขึ้นได้ว่า อาโมสและไดโนเสาร์ที่ชื่อดอลฟิน ยังอยู่ข้างในฐาน รวมถึงกี้ด้วย

 

               “คิดว่าฉันแบกนายวิ่งมาถึงนี่เพื่ออะไรกัน อยู่ในนี้ไปนั่นแหละ!! ปลอดภัยที่สุดแล้ว!!” เซฟาร์ดตะคอก

 

             “ผมต้องกลับไปจริงๆ!! คนที่ลุงจะไปช่วย คือเพื่อนของผมนะ!!! แล้วยังมีสัตว์เลี้ยงที่ผมต้องไปพามาอีกด้วย!!” เจอาร์ยังคงขอร้อง

 

          เซฟาร์ดถอนหายใจ เขารู้ว่าเถียงไปก็เสียเวลาเปล่าๆ แล้วขืนปล่อยไว้แบบนี้เจอาร์ก็คงหาทางวิ่งไปเองอยู่ดี เพราะสายตาของชายหนุ่มในตอนนี้สามารถแปลความออกมาได้เลยว่า ต่อให้ต้องวิ่งไป เขาก็จะวิ่ง

 

         “อย่าตายก็แล้วกันน่ะ” เซฟาร์ดพูดพร้อมกระโดดขั้นมาบนเฮลิคอปเตอร์ลำเท่าเครื่องบิน คว้าเจอาร์ขึ้นมาเกาะหลัง และออกตัววิ่งด้วยความเร็วสูงสุด เร็วกว่าที่เจอาร์ได้สัมผัสก่อนหน้านี้หลายเท่า

 

            “เอาละนะ ไปกันหมดแล้วก็ขอปิดประตู…” ไมค์พูดพร้อมสั่งการให้ประตูกระจกขนาดใหญ่เลื่อนเข้ามาปิดทางเข้าออกของเฮลิคอปเตอร์ และจากนั้นก็ เปิดแอร์…

 

           “ทำใจให้สบายซะ พวกนายเครียดไปก็ไม่ได้ช่วยให้ใครปลอดภัยขึ้นหรอกนะ แต่ถ้าไม่เครียด จะมีคนคนนึงที่ปลอดภัยมากกว่าเดิม ซึ่งก็คือตัวนายเอง” ไมค์พูด

 

              จริงอย่างที่ชายอ้วนว่า การเครียดกังวลไปว่าผลจะออกมาเป็นยังไง ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรๆออกมาดีขึ้นอีก แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นพวกเธอก็ยังไม่หายกังวลใจได้ ผู้คนมากมายกำลังต่อสู้และตกอยู่ในอันตรายแท้ๆ โดยเฉพาะฟ้า เธอยิ่งเครียดเมื่อค้นพบว่าเพื่อนของตน แทน เป็นคนฉีกขาเบสออกอย่างโหดร้าย แล้วแบบนี้เขาจะมีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกรึเปล่…

 

             ฉุบ!

 

           บางอย่างปักเข้าที่คอของฟ้า และทันใดนั้นเธอก็หลับ ล้มลงนอนกับพื้น

 

         “ขอโทษที ไม่ชอบเห็นคนเครียดน่ะ” ไมค์ยิงบางอย่างใส่ฟ้าทันที เมื่อสังเกตว่าฟ้าเครียดมากจนขมวดคิ้วและเหงื่อออกอย่างเห็นได้ชัด

 

           “เอ่อ…คือ…” โคฮาเนะถามด้วยความสับสนเล็กน้อย

 

           “ยานอนหลับน่ะ นอนสักพักเดี๋ยวก็หายเครียดเอง” ไมค์พูด พร้อมกับกดปุ่มเปิดเพลงคลาสสิค เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูดีขึ้น “ในนี้มีห้องน้ำนะ ล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำอะไรได้หมด ทำตัวเหมือนอยู่บ้านได้เลย”

 

           โคฮาเนะทำหน้างงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่เอาตัวลงนอน ฟังเพลง และรอเวลาให้ผ่านไป…

 

----------------------------------

 

             ในเวลาไม่ถึงนาที เซฟาร์ดก็พาเจอาร์กลับมายังทางเข้าฐาน ในจุดที่พวกของเขาและกี้ยืนอยู่เมื่อครู่ จุดที่มองลงไปจะเห็นเมืองทาสได้ชัดเจน แต่ว่าตอนนี้กี้ไม่อยู่แล้ว

 

              “ลักซ์ กี้ล่ะ?” เซฟาร์ดถามเพื่อนของเขา

 

               หญิงสาวที่ร่างกายทั้งร่างกำลังเปล่งแสงเหมือนเป็นพระอาทิตย์อยู่ก็หันมาตอบเซฟาร์ด “ไปจัดการกับเจ้าไฟสีเลือดตรงนั้นแล้วละ”

 

             เมื่อเธอหันมาแสงไฟสว่างจ้ากว่าเดิมหลายเท่าจนเซฟาร์ดต้องยกแขนสองข้างมาบังตาและถอยหลังไปสองสามก้าว “อุ๊บ โอเคๆ หันกลับไปได้แล้ว”

 

            เจอาร์คิดในใจว่าเซฟาร์ดอาจจะทำเว่อร์ไปหน่อย ถึงแสงจะแสบตามากก็จริง แต่ถึงกับถอยเลยนี่มันก็เกินไปหน่อยนะ

 

              “โอเค ทางนั้นคงให้กี้กับด๊อบจัดการไปก่อนแล้วกัน ฉันจะลงไปในเมืองทาสหน่อย” เซฟาร์ดพูดขึ้นพร้อมมองลงไปยังเมืองทาสด้านล่าง

 

           ตอนนี้สภาพของเมืองทาสเละเทะมากกว่าเดิมหลายเท่า บ้านแทบทุกหลังแตกหักพังทลาย นอกจากเศษหินเศษฝุ่นแล้วยังมีทาสกับผู้คุมจำนวนมากนอนหมดสติอยู่เต็มไปหมด และที่ใจกลางของเมืองทาสก็มีแวร์วูลฟขนสีเงินตัวใหญ่กำลังอาละวาดอยู่ ซึ่งแน่นอนว่านั่นคือวี

 

           เจอาร์เองก็มองลงไปด้วยเช่นกัน แต่เขาไม่ได้จับตาไปที่เมืองทาส เขากำลังมองไปทื่ทางเข้าสำหรับที่เลี้ยงสัตว์ประหลาด ซึ่งอยู่ไกลมาก ถ้าเจอาร์ต้องการจะไป เขาจะต้องกระโดดลงจากทางเดินนี้ที่แทบจะอยู่ติดเพดานถ้ำ ลงไปยังเมืองทาสที่อยู่ที่พื้นถ้ำ จากนั้นเดินตัดเมืองทาสไปยังอีกฟากของเมือง แล้วจึงวิ่งตามสะพานไม้ไปยังสถานที่เลี้ยงสัตว์ประหลาด ไม่ใช่การเดินทางที่ง่ายเลยแม้แต่นิด

 

            “เอาล่ะเจอาร์ ไหนๆก็มาแล้วช่วยมองหาเพื่อนของนายที่ชื่ออาโมสทีนะ” เซฟาร์ดบอก ก่อนจะคว้าตัวเจอาร์อีกครั้ง และกระโดด ลงจากหน้าผานี้ไปยังเมืองทาส

 

            “เดี๋ยวสิ!! หวา!!!!!” เจอาร์ไม่คาดคิดว่าเซฟาร์ดจะกระโดดลงจากที่สูงขนาดนี้จริงๆ ถึงจะเป็นแค่ความสูงแบบ ‘เพดานถ้ำ-พื้นถ้ำ’ แต่ว่ามันก็น่าจะสูงมากพอจะหักคอมนุษย์หินได้สบายๆ

 

           “อย่าร้องน่า!! คิดซะว่าเล่นโดดหอ!!” เซฟาร์ดตะโกน และไม่นานพวกเขาก็ตกลงมายังน้ำที่ล้อมรอบเมืองทาสเอาไว้ น้ำกระจายออกเป็นวงกว้าง ทั้งทาสและผู้คุมต่างๆก็หันมามองด้วยความตกใจ

 

            “พวกผู้คุมทาส ออฟฟิศเซอร์คนไหนอยากตายก็ดาหน้าเข้ามาเลย!!!!!!! ใครยังอยากมีชีวิตรอดก็ปล่อยทาสพวกนี้ออกไปซะ!!!” เซฟาร์ดพุ่งขึ้นจากน้ำ ตะโกนปล่าวประกาศตัวตนอย่างบ้าคลั่ง

 

             ชายในชุดสูทสองสามคนพุ่งเข้าใส่เซฟาร์ดเพื่อพยายามยับยั้ง ขณะที่ทาสจำนวนหนึ่งวิ่งหนีออกจากการต่อสู้นี้ไป

 

          “ผมจะไปตามหาอาโมสนะครับ” เจอาร์บอกกับเซฟาร์ด ก่อนจะออกตัววิ่งตามพวกทาสไป เพื่อไปยังสถานที่เลี้ยงสัตว์ประหลาด ถ้าอาโมสไปช่วยดอลฟินพอดี พวกเขาก็คงเจอกัน แต่ถ้าไม่มีใครอยู่ เขาก็จะช่วยดอลฟินออกมาเองเลย

 

          เจอาร์วิ่งลัดเลาะไปตามซากปรักหักพังในเมืองทาส ฝุ่นคลุ้งกระจายมากกว่าที่คิดเยอะมาก หลังจากที่เขาไม่อยู่ พวกท๊อปคลาสคงอาละวาดจนเละไปหมดแล้ว ทาสที่หมดสติอยู่ที่พื้นบางคน เจอาร์รู้จักหน้าตาของพวกเขาดี แต่ก็ไม่มีเวลาจะมาช่วยแบกไปทีละคนได้

 

          “จะไปไหน!!!” เสียงของผู้หญิงดังขึ้นจากด้านหลังของเจอาร์ ตามด้วยแรงอัดเข้าที่กลางหลังของชายหนุ่ม ส่งให้ร่างของเจอาร์กระเด็นถลาไปด้านหน้า ล้มหน้าฟาดพื้นเต็มแรง

 

             “อุ๊บ!!” โชคดีที่เจอาร์เปลี่ยนร่างของตนเป็นหินทัน จึงไม่ค่อยบาดเจ็บมาก แต่เมื่อหันหลังกลับไป ภาพที่อยู่ตรงหนากลับน่าสะพรึงกลัวกว่าที่คิด ทีแรกเขานึกว่าเป็นพาย แต่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขากลับเป็น เฮเลน

 

               “รอดไปก็ดีแล้วนี่ จะกลับมาพร้อมตาแก่นั่นทำไม?” เฮเลนถาม และมองไปที่เซฟาร์ดที่อยู่ไม่ไกลออกไปนัก

 

              “เธอไม่จำเป็นต้องรู้!!” เจอาร์ตะคอก และกระโดดพุ่งเข้าใส่เฮเลน หวังที่จะเอาร่างที่เป็นหินแข็งเข้าอัดกระแทกกลางลำตัว

 

            แต่ว่าเจอาร์กลับกระโดดเข้าใส่อากาศเปล่าๆและพุ่งเข้ากระแทกพื้นโคลนเปล่าๆไป

 

           “ช้าจังนะ!!!” เฮเลนเยาะเย้ย เธอหลบออกไปยืนด้านหลังเจอาร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  “เสียเวลา ฉันจะจบชีวิตนายเดี๋ยวนี้ล่ะ!”

 

          แต่ก่อนที่เฮเลนจะพูดจบประโยคด้วยซ้ำ ร่างของชายผิวสีน้ำตาลก็กระเด็นมาจากด้านหลัง และตกลงมาบนพื้นระหว่างเจอาร์กับเฮเลน

 

         “อาโมส!?” เจอาร์จำใบหน้าของเพื่อนเขาได้ดี ไม่รู้ว่าเขาจะบอกว่าโชคดีหรือโชคร้ายดี ที่อาโมสปลิวมาตกตรงหน้าแบบนี้

 

           “ถอยไป เฮเลน!!” เสียงคำรามอันน่าเกรงขามดังมาจากทิศที่อาโมสลอยมา ตามมาด้วยร่างของมนุษย์หมาป่าตัวใหญ่โต ขนสีเงินแวววาวสะท้อนกับแสงไฟจากพวกของเซฟาร์ดที่ส่องลงมาจากด้านบนอย่างงดงาม

 

          “พอได้แล้ว!!! พ่อคิดจะทำร้ายคนอื่นไปอีกมากแค่ไหนกัน!!” อาโมสลุกขึ้นจากพื้น มือซ้ายกุมข้อมือขวาที่โดนพายตัดจนเกือบขาดเอาไว้แน่น และตะโกนใส่วี ผู้เป็นพ่อของเขาเอง

 

        “ถ้าหากพวกเราไม่ต่อสู้ ความแข็งแกร่งที่ได้มาจะมีไว้เพื่ออะไรกัน!?!” วีตะโกนกลับมา ดูเหมือนเฮเลนเองก็ไม่อยากจะอยู่ท่ามกลางการทะเลาะวิวาทของวี เพราะเพียงแค่กระพริบตาเธอก็หายไปจากจุดที่เคยอยู่แล้ว

 

         “มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลยนะพ่อ!!! มันไม่หายไปหรอก พ่อได้ใช้อยู่แล้ว!! ต่างกันแค่ ใช้พร่ำเพรื่ออัดคนอ่อนแอไปทั่ว กับใช้เพื่อความถูกต้องเท่านั้นเอง” อาโมสพูดไปน้ำตาไหลไป ท่าทางการทะเลาะวิวาทนี้จะเริ่มต้นขึ้นมานานพอสมควรแล้ว

 

           “ที่พ่อทำร้ายคนพวกนั้น ไม่ใช่เพราะเพื่อความสะใจ!! แต่เพราะมันคือการสั่งสอน!! ว่าถ้าหากพวกเราอ่อนแอ สิ่งที่จะต้องพบเจอก็คือความพ่ายแพ้!!!!!” วีคำราม และก้าวเข้ามาใกล้อาโมสเรื่อยๆ เจอาร์ที่นั่งอยู่กับพื้นเริ่มรู้สึกกลัว จึงค่อยๆถอยหลังไปทีละนิด

 

          “มันไม่มีวิธีสอนที่ดีกว่านั้นแล้วรึไง!?!” อาโมสตะโกนกลับไป

 

         “ถ้าหากเราไม่เรียนรู้ที่จะเจ็บปวดและพ่ายแพ้!!! แล้วเราจะแข็งแกร่งได้ยังไง!? แล้วอะไรจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราพัฒนา!!!” วีตะคอกกลับด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม ก่อนจะง้างมือตะปบเข้าที่เบสเต็มแรง

 

         “หวา!!” เจอาร์ร้องด้วยความตกใจ ร่างของชายหนุ่มผิวสีกระเด็นถลาไปกับพื้น ก่อนจะกระแทกเข้ากับผนังบ้านใกล้เคียงจนแตกออก

 

          แต่ดูเหมือนว่าอาโมสจะไม่เป็นอะไร เพราะความสามารถที่ร่างกายจะทนทานต่อแรงกระแทกมากกว่าปกติ เขาค่อยๆลุกขึ้นอีกครั้ง เผชิญหน้ากับพ่อของตน

 

          “แล้วคนที่พ่อฆ่าไปจากการสั่งสอนนั่นล่ะ!? พวกเขาเรียนรู้อะไรรึไง? พวกเขาตายนะพ่อ!!! พวกเขาไม่มีโอกาสจะได้พัฒนาบ้าบออะไรนั่นหรอก!!! คนอื่นไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเรานะ! อย่าเอาเกณฑ์ของเราไปใช้กับคนอื่นสิ!!!”

 

          “ความตายคือบทลงโทษ!!!! พวกเขาอ่อนแอเอง นั่นคือผลที่ได้รับ!!”  วีพุ่งตรงเข้าไปหาอาโมสอีกครั้ง

 

         “มันก็แค่ข้อแก้ตัวเท่านั้นแหละ!!! คนอ่อนแอมีสิทธิ์ที่จะได้พัฒนา!!!!!!” อาโมสตะโกน และพุ่งเข้าหาพ่อของตน ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางชนะร่างหมาป่าอันใหญ่ต่อและน่าเกรงขามนี้ได้

 

          “อย่านะ!! อาโมส!!!” เจอาร์ตะโกนทันทีที่เห็น เปลี่ยนร่างของตนเป็นหิน และวิ่งเข้าไปเช่นกัน หวังที่จะขวางอาโมสเอาไว้จากอันตรายตรงหน้า

 

         “จงได้รับการเรียนรู้ การสั่งสอน จากข้าซะ!!!!” วีตะโกน ด้วยคำพูดที่ไม่ดูเหมือนพ่อพูดกับลูกเลยแม้แต่น้อย

 

        “ผมจะไม่เรียนรู้หรือแม้แต่เคารพ จากคนที่ฆ่าเพื่อความสนุกของตัวเอง!! แล้วเอาการเรียนรู้มาอ้างแบบนี้เด็ดขาด!!!!” อาโมสเองก็ตะโกนสุดเสียง หวังที่จะเอาชนะพ่อของตนให้ได้

 

         วีง้างมือจะตะปบลูกของตนด้วยกรงเล็บอันคมกริบอีกครั้ง แต่เมื่อสายตาของลูกจ้องมายังดวงตาของเขา ความอ่อนแอกลับก่อตัวขึ้นในจิตใจ ต่อให้ทะเลาะกันขัดกันแค่ไหน แต่ลูกก็คือลูก วีไม่สามารถจบชีวิตลูกของตัวเองได้หรอก จริงอยู่ที่เขาต่อสู้เพื่อสั่งสอนผู้อื่นอย่างที่พูดไป แต่บางครั้งก็ต้องยอมรับว่ามันเลยเถิดไปเนื่องจากความชอบหรือความโกรธส่วนตัว ลูกของเขาไม่ได้พูดผิดแม้แต่น้อย แต่เพราะความหยิ่งยะโส ความโอหังในความเป็นผู้ใหญ่ เมือถูกคนที่เด็กกว่าสั่งสอน ตัวเขาจึงไม่ยอมรับมัน แต่ทุกอย่างกระจ่างแล้ว เมื่อถึงคิวที่เขาจะจบชีวิตลูกตัวเอง

 

             “พ่อข- ” วีกำลังจะกล่าวคำขอโทษ แต่ทว่าบางอย่างกลับอัดเข้าที่ใต้คางของมนุษย์หมาป่าเต็มแรง ส่งให้วีส่งเสียงคำรามและถอยหลังไปสองสามก้าว

 

           “หนีไปเร็ว!! ทั้งสองคน!!! ตรงนี้ฉันจัดการเอง” มนุษย์ร่างเหล็กตะโกน และเอาตัวเข้าประชันหน้ากับวี ที่แขนมีรอยสักเขียนเอาไว้ว่า Metal Frank

 

           อาโมสได้แต่จ้องวีด้วยดวงตาหดหู่ เขาผิดหวังในตัวพ่อของเขามาก เขาส่ายหน้าสองสามทีก่อนจะหันหลังเดินไปกับเจอาร์

 

         “เดี๋ยว!!” วีตะโกนเรียกอาโมสแต่กลับถูกสกัดเอาไว้ด้วยหมัดเหล็กกล้าของแฟรงค์ เขากำลังจะกล่าวคำขอโทษ เขาแค่ต้องการโอกาสที่สองจากลูก ทุกอย่างในตอนนี้คือการเข้าใจผิด

 

          “ไม่ยอมหรอกน่า!!!” แฟรงค์พุ่งเข้าใส่และชกเสยใต้คางของวีอีก จนวีสติเริ่มเลือนราง และความโกรธเริ่มครอบงำ

 

          “พอกันที!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” วีตะโกน แล้วเอากรงเล็บตบใส่แฟรงค์เต็มแรง ส่งร่างของมนุษย์เหล็กอัดเข้ากลางพื้นเต็มแรง พร้อมกับร้องโหยหวน ราวกับหมาป่าที่กำลังกระหายเลือด

 

--------------------------------------------------------------

 

               “เจอาร์หายไปไหนแล้วแฮะ”  เซฟาร์ดมองซ้ายขวาสองสามที ก่อนจะตัดใจเรื่องตามหาเจอาร์

 

               หลังจากที่เขาจัดการพวกผู้คุมสองสามคนนั่นเสร็จเจอาร์ก็คลาดสายตาของเขาไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าไหร่ เพราะเท่าที่ดู เจอาร์ก็น่าจะหาทางเอาตัวรอดได้เองจริงๆ

 

              ฟุ่บ!

 

                  บางอย่างร่อนลงที่ข้างหลังเซฟาร์ด ปีกสีขาวเปื้อนเลือดกางออกอย่างสง่างาม หญิงสาวผิวสีซีด นัยน์ตาสีแดงจ้องไปยังชายแก่ด้วยดวงตาที่หดหู่

 

                “พ่อ?…” พายพูด พร้อมกับปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาตามแก้มของเธอ…

 

 

Next Chapter : Paranormal บทที่39 : Misunderstanding

 

-------------------------------------------------------------

 

อา.... บทสรุปของภาคหนึ่งก็ใกล้เข้ามาทุกทีๆละครับ ผมเขียนภาคหนึ่งไว้ทั้งหมด 45 ตอน และกำลังคิดอยู่ว่า ช่วงหลังจะอัพถี่เลยครับ เพราะตอนแบบนี้ เวลาอ่านก็คงอยากอ่านลื่นๆกันมากกว่ามาหยุด1อาทิตย์ๆ

 

ที่เขียนว่า coming soon ก็เพราะแบบนี้ละครับ อัพตอนต่อไป ช้าสุด ศุกร์หน้า แต่อาจจะเลื่อนให้เร็วขึ้นได้ ขอดูสถานการณ์ก่อนครับ

Paranormal บทที่37 : Path to freedom

posted on 06 Jan 2012 17:36 by tanbabasnake
สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามา อ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่นี่ >>>สารบัญเรื่อง Paranormal I : The Dark Lord
 
ผมกลับมาเขียนต่อแบบต่อตอนที่แล้วไว้เลยนะครับ ถ้าใครจำอะไรในตอนที่แล้วไม่ได้จะงงหน่อย ต้องขอโทษด้วยที่หยุดอัพไปกลางคันในตอนที่ไม่ควรจะหยุด -/\-
 
------------------------------------------
 
 
 

Path to freedom

 

               เซฟาร์ดก้าวเร็วมาก ส่วนโคฮาเนะก็กางปีกบินอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย ทิ้งให้เจอาร์อยู่วิ่งหลังสุด และห่างออกไปเรื่อยๆ

 

             “ลุง…รอหน่อยครับ ผมไม่มีความสามารถอะไรที่ทำให้วิ่งได้เร็วเลยนะ” เจอาร์พูด พร้อมกับก้มลงหอบด้วยความเหนื่อย

 

              ชายผมสีเทาหยุดวิ่งทันที ไม่พูดไม่จา ไม่ต่อว่าเจอาร์ทั้งสิ้น แต่กลับวิ่งตรงเข้าไปหาเจอาร์

 

               “ไม่บอกแต่แรกละ ฉันมีวิธี” เซฟาร์ดพูดจบก็คว้าเจอาร์ขึ้น และแบกเขาไว้บนไหล่ขวา ทั้งๆที่ยังแบกเบสไว้บนไหล่ซ้าย และเริ่มออกวิ่งด้วยความเร็วสูงอีกครั้ง

 

              “โคฮาเนะ บินตามมาติดๆนะ” เจอาร์ตะโกนด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวพยักหน้าตอบ และกระพือปีกนกสีขาวสว่างตามมาติดๆ โคฮาเนะในร่างนี้ เธอสวยงามกว่าในร่างมนุษย์ธรรมดาๆหลายเท่านัก

 

               “ลุงคะ แบบนี้จะดีหรอ? ถ้าเกิดมีศัตรูโผล่เข้ามา แล้วเราจะสู้ยังไงละคะ?” โคฮาเนะถาม น้ำเสียงของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าเธอกลัวและตื่นเต้นมาก ที่จะได้ออกจากที่นี่ไป

 

               “ไม่ต้องห่วงหรอก” เซฟาร์ดตอบ ทั้งๆที่รู้ตัวดีว่า แขนทั้งสองข้างของเขาไม่ว่าง ต่อให้โยนเจอาร์ออกไปได้ แต่เบสที่กำลังบาดเจ็บจะทำยังไง ทั้งหมดที่ประทังชีวิตเบสได้คือผ้าพันแผลที่พันไว้ลวกๆจนมีเลือดซิบออกมาได้ ทางเดียวที่จะคอนเฟิร์มว่าเบสรอด คือพาไปรักษาบนเฮลิคอปเตอร์

 

               แน่นอนถ้าหากศัตรูโผล่มาตอนนี้ มีแต่ขาของเซฟาร์ดเท่านั้นที่ป้องกันตัวได้ ซึ่งน่าจะพอจัดการพวกฝีมือกลางๆได้สบายๆ แต่ไม่น่าจะจัดการท๊อปคลาสไหว โดยเฉพาะ พาย

 

               “โคฮาเนะ เธอบินเร็วกว่านี้ไหวมั้ย? ลุงต้องรีบพอสมควร เพื่อกลับไปช่วยพวกข้างในเมืองทาส” เซฟาร์ดหันไปมองหญิงสาวที่บินตามมาติดๆ แต่เขายังคงวิ่งต่อไปข้างหน้าโดยไม่ชะลอความเร็วแม้แต่น้อย

 

              “อ…อื้ม น่าจะไหวนะ” โคฮาเนะพยักหน้าตอบ และกระพือปีกแรงกว่าเดิม เพื่อเร่งความเร็วของตน

 

              ถึงแม้เธอจะตอบไปแบบนั้น แต่แค่ความเร็วตอนนี้เธอก็แทบจะหมดแรงบินแล้ว ก่อนที่จะถูกพามาที่นี่โคฮาเนะไม่เคยได้บินไกลๆหรือเร็วๆเลย เพราะในสังคมที่ชุกชุมไปด้วยผู้คนนั้นไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ออกบินโดยอิสระเลยสักครั้ง ยิ่งตอนมาที่นี่ เธอไม่มีโอกาสได้บินเลยด้วย ได้แต่กระพือปีกเบาๆ ให้ตัวลอยอยู่ในห้องของมาร์โก

 

               หลังจากที่เธออกจากที่นี่ไปได้ โคฮาเนะอยากจะบินให้สูงขึ้นไปบนฟ้าอย่างมีอิสรเสรีสักครั้งดูบ้าง

 

                ทางเดินมืดลงเรื่อยๆ และพวกเขาก็มาถึงห้องอาหารที่พื้นเป็นวัสดุเรืองแสงสีขาว สภาพของที่นี่ตอนนี้เงียบสงบปราศจากผู้คน แต่กลับมีร่องรอยการต่อสู้อยู่บ้าง เมื่อมองตรงเข้าไปอีกจึงจะเห็นทางแคบๆ ซึ่งเป็นทางที่ต่อออกไปยังทางออกของฐาน สู่ป่าประหลาดด้านนอก

 

               ประตูที่เคยปิดกั้นทางออกถูกเปิดทิ้งไว้ ด้านนอกมีชายผมสีน้ำเงินยืนตะโกนอะไรสักอย่างอยู่ แต่โคฮาเนะไม่สามารถได้ยินคำพูดของเขาได้

 

               “เร็วเข้า!!!!!” ด๊อบตะโกนเรียกเซฟาร์ดสุดเสียง และพยายามจะชี้ไปข้างหลังของโคฮาเนะ ซึ่งบินตามหลังมาอยู่

 

             เมื่อเซฟาร์ดหันมองข้ามไหล่ไป ก็พบกับเปลวเพลิงสีเลือดกำลังค่อยๆก่อตัวขึ้นจากปลายทางที่เขาเพิ่งวื่งผ่านมา

 

            “ไนท์…” เจอาร์รู้สึกตกใจที่ได้เห็นเพื่อนเก่าของเขาอีกครั้ง แต่ ณ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่น่ายินดีเลยแม้แต่น้อย

 

            “โคฮาเนะ!!!” เซฟาร์ดตะโกนเรียกหญิงสาวที่บินอยู่ข้างหลังเขาไม่ไกลนัก “ขี่คอลุงเลย เร็วเข้า!! เราต้องเร็วกว่านี้อีก”

 

            โคฮาเนะไม่พูดไม่จารีบชะลอความเร็วลงและเข้าไปนั่งบนไหล่ของเซฟาร์ดทันที สองข้างของเธอเป็นเจอาร์และเบส ที่ยังคงถูกแบกอยู่บนไหล่

 

            “เกาะแน่นๆนะ จะเอามือเกี่ยวหรือเกาะตรงไหนก็ได้!!” เซฟาร์ดตะโกนและออกแรงวิ่งสุดกำลัง โคฮาเนะก้มตัวลงเอาแขนคล้องคอของเซฟาร์ดแน่น มันเป็นสิ่งเดียวที่เธอคว้าถึงในตอนนี้ แขนของโคฮาเนะบังทิศทางข้างหน้าของชายแก่จนหมด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย

 

            ดูเหมือนความเร็วก่อนหน้านี้ เป็นความเร็วที่เซฟาร์ดชะลอไว้มากเพื่อให้โคฮาเนะตามทัน ในเวลานี้ทั้งๆที่เซฟาร์ดต้องแบกคนไว้ถึงสามคน เขากลับวิ่งได้เร็วมากจนเมื่อรู้ตัวอีกที เขาก็ยืนอยู่ข้างๆชายผมสีฟ้าแล้ว

 

             ทั้งสองไม่พูดไม่จากัน แต่ชายผมสีฟ้ารีบสร้างคลื่นพลังขึ้นกั้นช่องประตูทันที เขาเสริมมันให้หนาขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรับมือเปลวเพลิงที่กำลังจะพุ่งเข้ามา

 

             เปลวไฟสีเลือดบนมือของไนท์เริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นสีดำสนิท ราวกับว่าที่อยู่บนมือนั่นไม่ใช่ไฟอีกต่อไป แต่เป็นความมืดมากกว่า

 

           ด๊อบไม่กล้าประมาทฝีมือของไนท์ เขาจึงตัดสินใจเสริมบาเรียให้หนาสุดๆ ซ้อนเข้าไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อป้องกันการโจมตีทุกรูปแบบ

              

            เปลวไฟสีดำพุ่งตรงเข้ามาใส่บาเรียสีฟ้าโปร่งแสงด้วยความเร็วสูง ด๊อบสัมผัสได้ถึงการกัดกินของไฟ บาเรียส่วนที่คอยต้านรับกำลังค่อยๆถูกทำลายลง ถึงแม้เขาจะเสริมบาเรียเข้าไปอีก แต่ไม่นานเพลิงมรณะนั่นคงทะลุผ่านบาเรียเข้ามาอย่างง่ายดาย

 

             ถึงแม้เซฟาร์ดจะเป็นห่วงเรื่องด๊อบ แต่เขาแบกภาระที่หนักหนากว่าหลายเท่า จึงตัดสินใจวิ่งผ่านไปโดยไม่ลังเล

 

             ไม่นานเขาก็มาถึงตรงปากทางระหว่างทางออกจากถ้ำ กับทางเข้าฐาน ที่มองเห็นเมืองทาสจากด้านบนได้ หรือก็คือ จุดที่ฟ้าบินมาชนกี้เมื่อไม่นานนี้เอง

 

            “ฟ้า เธอบินได้ใช่มั้ย? บินตามลุงมา” เซฟาร์ดพูดกับฟ้าที่นั่งรอคนอื่นอยู่ เธอได้รับการคุ้มกันจากพวกเซฟาร์ดฝีมือดีสองสามคน รวมทั้งกี้ที่ไม่ยอมไปไหนด้วย

 

          “ส่วนนาย… คู่ต่อสู้ที่นายต้องการเจอ กำลังจัดการกับด๊อบอยู่นะ” เซฟาร์ดบอกกี้ พร้อมกับค่อยๆลดตัวลง ให้โคฮาเนะที่เกาะไหล่อยู่เมื่อครู่ลงมายืนบนพื้นเหมือนเดิม “พวกเธอทั้งสองคน บินได้ทั้งคู่ ก็บินตามกันมานะ อย่าให้คลาดล่ะ เราต้องบินเร็วหน่อย เร็วพอที่จะไม่ให้สิ่งมีชีวิตในป่าตามจับทัน”

 

         “เดี๋ยวสิ เซฟาร์ด พื้นถ้ำไม่ได้มีบาเรียของด๊อบแล้วนะ ถ้าพวกหนอนที่ดักทางออกอยู่มันงอกขึ้นมาล่ะ?” กี้ถาม เมือ่เห็นว่าด๊อบไม่ได้อยู่จัดการทางออกแล้ว

 

          “เราจะมานั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ยิ่งเป็นกลุ่มใหญ่ยิ่งโดนจัดการง่าย ช่วยใครได้ก็ช่วยไว้ก่อน โดยเฉพาะเบส” ชายแก่ตอบกลับ และหันหลังออกตัววิ่งไปยังทางออกของถ้ำ โดยยังคงแบกเบสและเจอาร์เอาไว้บนบ่าทั้งสองข้าง

 

          ฟ้าและโคฮาเนะไม่รอช้า ทั้งคู่รีบบินตามไปด้วยความเร็วสูงสุด

 

           เซฟาร์ดวิ่งออกมาในทางที่คุ้นเคย พื้นถ้ำปกคลุมด้วยเมือกลื่น บางจุดเป็นพื้นโป่งนิ่ม ซึ่งถ้าหากเหยียบลงไปก็คงจะเป็นอัมพาตชั่วขณะเนื่องจากพิษของหนอนกินคนที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ โชคดีที่เซฟาร์ดแยกออก ว่าจุดไหนคืออันตราย และอีกสองคนที่บินตามมาก็ไม่มีทางที่จะสัมผัสพื้นที่เต็มไปด้วยกัปดักนี้แน่นอน

 

         “ลุง… เบสจะไหวมั้ย?” เจอาร์ซึ่งยังคมีสติอยู่มองไปที่ขาด้วนๆของเพื่อนของตนและเริ่มกังวล เลือดจำนวนมากเริ่มซึมออกมาจากผ้าที่พันแผลไว้ จนผ้าเป็นสีแดงน่ากลัว มิหนำซ้ำเลือดยังไหลย้อยลงมาเปรอะเสื้อของเซฟาร์ดอีกด้วย ยิ่งเซฟาร์ดวิ่งเร็ว ก็ดูเหมือนจะยิ่งเปิดแผลของเบสให้มากขึ้น

 

          “หมอนี่มีพลังอะไรนะ? ถ้าจำไม่ผิดคงเป็นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสินะ” เซฟาร์ดถามกลับ โดยไม่ได้ตอบคำถามของเจอาร์

 

            “อ….อือ”

            “ถ้างั้นไม่รอดแล้วล่ะ ไม่ได้หมายถึงจะตายนะ แต่หมายถึงเขาใช้พลังอีกไม่ได้แล้ว… ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ต่อสู้ก็ตาม” เซฟาร์ดมองหน้าเจอาร์ด้วยสายตาจริงจัง ฟ้าและโคฮาเนะที่บินตามมาติดๆก็ตกใจเช่นเดียวกับเจอาร์

 

            ใช่แล้ว พลังในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ส่วนมากก็ใช้วิ่งกันทั้งนั้น ส่วนเรื่องต่อสู้น่ะลืมไปได้เลย ขาขาดด้วนไปถึงต้นขาแบบนี้ ไม่ว่าใครก็ถือว่าหมดสภาพที่จะต่อสู้ได้

 

           “แล้วนี่… เบสไปโดนอะไรมา?” ฟ้าถามด้วยน้ำเสียงกังวล

 

          “แทน แทนมันฉีกขาของเบสทิ้ง… แต่ว่า เรื่องลูกแก้วกับแทน ไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” เจอาร์ตอบ

 

         ระหว่างที่คุยกันทั้งสามคนก็ออกมานอกถ้ำตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้ ตอนนี้รอบๆปกคลุมไปด้วยต้นไม้ประหลาด และหมอกสีขาวเทา

 

         “อย่าชะลอความเร็วเด็ดขาดนะ!!” เซฟาร์ดเร่งฝีเท้าขึ้นอีก และย่ำลุยพื้นโคลนแฉะๆไป

 

         โคฮาเนะกับฟ้าตื่นตกใจทันที พวกเธอไม่เคยออกมาข้างนอกมาก่อน และไม่รู้ว่าสัตว์อันตรายที่ว่ามันมีตัวอะไรบ้าง หน้าตาเป็นอย่างไรยังไม่รู้เลย

 

         ทั้งสองคนตัดสินใจบินสูงขึ้นอีกนิด เพื่อหลบเศษโคลนที่กระเด็นขึ้นมาจากเท้าเซฟาร์ดระหว่างวิ่ง

 

          “ฟ้า… ฉัน บินไม่ไหวแล้ว…” โคฮาเนะบอกฟ้าด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อย เธอไม่เคยได้ออกแรงมากขนาดนี้มาก่อน และนี่คือจุดอ่อนของสายพันธุ์ การบินของโคฮาเนะต้องพึ่งกล้ามเนื้อปีกของตน ซึ่งถ้าไม่ได้ใช้การนานเข้าก็จะอ่อนแรง ตรงข้ามกับฟ้าที่ใช้พลังจิต เพราะพลังของเธอไม่มีคำว่าเหนื่อย มีแต่คำว่าควบคุมไม่ได้เท่านั้น

 

         “ลุง!! โคฮาเนะบินไม่ไหวแล้ว!” ฟ้าตะโกนลั่น เพื่อเตือนเซฟาร์ดที่วิ่งลุยพื้นโคลนอยู่ข้างหน้า

 

        ชายแก่หยุดวิ่งทันที แรงเบรกส่งให้ดินโคลนกระจุยไปข้างหน้าเป็นจำนวนมาก

 

     “โคฮาเนะ ค่อยๆร่อนลงมาเกาะหลังลุงเอาไว้ แบบตอนก่อนหน้านี้ โอเคนะ?” เซฟาร์ดบอก และเดินเข้าไปหาโคฮาเนะซึ่งกระพือปีกเบาๆอย่างเหน็ดเหนื่อย พยายามจะลอยอยู่กลางอากาศ

 

         “เธอเป็นหงส์ หรือเป็ด อะไรพวกนี้ด้วยสินะ เลยไม่ค่อยถนัดด้านการบินเท่าไหร่” เซฟาร์ดทัก เมื่อเห็นว่าในร่างมนุษย์นกของโคฮาเนะมีเท้าที่เป็นพังพืดเหมือนนกน้ำด้วย

 

        “จริงๆก็บินได้ถนัดพอสมควรนะคะ แค่ไม่ค่อยได้บินเท่าไหร่ เลยเหนื่อนง่าย” โคฮาเนะตอบ ก่อนจะค่อยๆร่อนลงมาเอาแขนคล้องคอเซฟาร์ด และขี่หลังอยู่แบบนั้น

 

        “ลุงไม่หนักหรอ?” ฟ้าถาม เมื่อเห็นว่า เซฟาร์ดทั้งแบกเบสและเจอาร์ไว้บนบ่า พร้อมกับให้โคฮาเนะมาเกาะหลัง

 

        “แค่นี้สบายมาก รีบไปกันเถอะ หลังจากนี้จะออกนอกทางเดินที่เป็นดิน ลุยดงป่าละนะ” เซฟาร์ดพูดพร้อมเดินออกนอกทางเดินพื้นโคลน เข้าไปยังดงต้นไม้ ที่พื้นปกคลุมไปด้วยพืชใบใหญ่โต จนยากที่จะมองเห็นตัวพื้นดินเอง

 

         “บินเร็วแต่ต้องระวังหน่อยนะ! อย่าบินชนต้นไม้!!” เซฟาร์ดตะโกน และออกตัววิ่งนำไป

 

         ฟ้าบินตามไปทันที เพราะกลัวว่าจะคลาดสายตา “ไกลกว่าที่คิดนะเนี่ย…” เธอพึมพำกับตัวเอง

 

         ไม่นานมากหลังจากที่พวกเขาเริ่มลุยเข้ามาในตัวป่า ก็ถึงทางออกอีกฟาก ที่เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ แสงอาทิตย์อ่อนๆส่องเข้ามาสะท้อนแม่น้ำเป็นเงาอย่างสวยงาม เมื่อดูดีๆแล้ว น้ำในแม่น้ำนี้เหมือนเป็นกระจกเงาเหลวที่สะท้อนแสงได้ดีกว่ามองทะลุลงไปในน้ำเสียอีก          

 

          “เวรล่ะ กี่โมงแล้วเนี่ย” เซฟาร์ดพูดพร้อมมองดูนาฬิกาข้อมือของตน ซึ่งขั้นเป็นตัวเลขอยู่ว่า 16:25

 

         “ทำไมหรอครับ?” เจอาร์ถามเมื่อเห็นเซฟาร์ดตื่นตัวกับเวลาขนาดนี้

 

        “พวกเราต้องออกจากที่นี้ให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ตก ไม่งั้นเราได้เจอปัญหาใหญ่แน่” เซฟาร์ดตอบ ถึงแม้จะไม่ชัดเจนแต่เจอาร์ก็พอเข้าใจ

 

           แม่น้ำกว้างมากกว่าที่คิด และใช้เวลาวิ่งพอสมควร แต่ในที่สุดพวกเขาก็ข้ามมาถึงอีกฟาก ที่พื้นเป็นพื้นกรวดกลม และมีต้นไม้จางลงเรื่อยๆ แต่กลายเป็นมีหญ้าสูงมาปกคลุมพื้นแทน

 

          “ใกล้ถึงแล้ว เฮลิคอปเตอร์ของเราอยู่ในทุ่งหญ้านี่ละ” เซฟาร์ดบอก และเร่งฝีเท้าขึ้นอีก

 

            “ลุงคะ!!! อย่าวิ่งเร็วมาก!! ฟ้าตามไม่ทัน!!!” ฟ้าตะโกนเรียกเซฟาร์ด เมื่อเห็นว่าชายแก่วิ่งด้วยความเร็วที่เธอไม่มีทางไล่ทันแน่นอน

 

          เซฟาร์ดชะลอความเร็วลงก่อนจะหันไปพูดกับฟ้า “ไม่ต้องห่วงเรื่องทันไม่ทันหรอก ท่าทางพวกเขาจอดเฮลิคอปเตอร์ไว้ใกล้กว่าที่คิด”

 

           ฟ้างงกับคำตอบที่ได้ ทั้งๆที่ข้างหน้ามีแต่ทุ่งหญ้ากว้างๆ มีต้นไม้เป็นหย่อมๆ แต่เซฟาร์ดกลับบอกเหมือนกับว่าเขาพบเฮลิคอปเตอร์แล้วเลย

 

            แต่ยังไม่ทันจะหาคำตอบได้ ด้านหลังของเซฟาร์ดก็ค่อยๆปรากฏรูปร่างของเครื่องจักรขนาดใหญ่ หน้าตาเหมือนเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป แต่ใหญ่กว่ามาก ทันใดประตูที่นั่งของคนขับก็เปิดออก มีชายร่างอ้วนผมหยิกคนหนึ่งยื่นหน้าออกมา

 

           “ยินดีต้อนรับสู่เฮลิคอปเตอร์สุดหรูครับ” เขาพูดด้วยท่าทางภาคภูมิใจ

 

            “อย่าเพิ่งน่ะ มาช่วยกันทำแผลให้เด็กนี่ก่อน ไมค์” เซฟาร์ดพูดพร้อมเดินขึ้นไปยังเฮลิคอปเตอร์ยักษ์และค่อยๆวางเบสกับเจอาร์ลง…

 

Next Chapter : paranormal บทที่38 : The love of father 

---------------------------------------------------------------------------
 
โอว จะบอกว่าตอนนี้เขียนเสร็จทิ้งไว้ตั้งแต่่ก่อนหยุดอัพแล้ว แต่ไม่ได้เอามาลงง่ะ TT
 
 
           ถ้าลืมอะไรนิดๆหน่อยๆคอมเม้นถามไว้ก็ได้ครับ ผมemsไปตอบให้ แต่ถ้ามันเยอะมากๆ อยากให้ย้อนกลับไปอ่านดูนะครับ เพราะถึงตอนแรกๆ อาจจะไม่สนุกเท่าตอนนี้ แต่ว่ามันเป็นตอนที่สำคัญครับ
 
 

วันนี้มาอัพเดทข่าวเกี่ยวกับบล็อกนี้สั้นๆเท่านั้นครับ ^^

        ถ้ามีใครที่เข้าบล็อกผมมาตั้งนานจะรู้ว่า ก่อนหน้าที่ผมจะมา วาดรูป หรือเขียนเรื่องงู เรื่องบทความเกี่ยวกับสัตว์ บล็อกนี้เคยเป็นนิยาย รีไรท์หลายรอบมาก จนในที่สุดก็อยู่ตัวในสภาพปัจจุบัน แต่นิยายดันตาย ไม่จบซักที เพราะความเหนื่อย ขี้เกียจ ส่วนบุคคล และจากนั้นเป็นต้นมา บล็อกนี้ก็แทบจะไม่ได้แตะนิยายอีกเลย….

 

           ผมอยากจะบอกว่า จู่ๆผมก็นึกขึ้นได้ และมานั่งอ่านนิยายตัวเอง ในวันปีใหม่ แล้วผมก็อยากจะเขียนมันต่อ ผมมีทุกอย่างแล้ว ผมมีพล็อต ตัวละคร จุดเริ่มต้น จุดจบ ของมิตินี้ ขาดแค่ความขยันที่จะเรียบเรียงมันมาใส่บล็อก เท่านั้นเอง

 

 

           อ่านชื่อเอ็นทรี่แล้วไม่ต้องแปลเลยใช่มั้ยครับ ผมจะกลับมาเขียนต่อครับ จนจบภาคแรก

           อัพเหมือนที่แต่ก่อนอัพ ไม่ว่าจะการบ้านเยอะขนาดไหน ผมจะไม่อู้แล้วครับ ผมอยากจะเขียนมันต่อมากๆ

          นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ผมเขียนจริงจัง เริ่มขึ้นตอนม.2 เขียนเล่นๆกับเพื่อน จนสนุก เอามาลงบล็อก แก้แล้วแก้อีกจนตอนนี้ม.5มันยังไม่จบเลย ทั้งๆที่ผมอยากจะแชร์อีก อยากจะให้ทุกคนอ่านเรื่องนี้อีก แต่ก็ดัน…ขี้เกียจ หมดกำลังใจ บลาๆๆ

 

             สำหรับคนที่ตามเรื่องอื่น เช่น เรื่องงู ไม่ต้องห่วงครับ ผมยังเขียนอยู่ แต่ต้องตามอารมณ์ครับ งานของผมถึงจะออกมาดี แล้วก็ ผมทิ้งนิยายไม่ได้จริงๆนะครับ มันคือความสุขของผมจริงๆ ถึงจะคนอ่านน้อย แต่ก็มีคนอ่าน ขอโทษที่หยุดกลางคันแบบดื้อๆไว้ที่ตอนซีเรียสนะครับ =w= ขอโทษจริงๆ ผมอ่านเองยังหงุดหงิดเอง ทำไมต้องขาดตอนในตอนแบบนี้ด้วย

 

           จบภาคแรก ต่อภาคสองครับ ต่อแน่นอน ผมวางไว้12ภาค แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ตามเวลา แต่ผมไม่อยากเปลี่ยนเท่าไหร่ ทุกอย่างมันสร้างขึ้นมา ตัวละครพวกนี้ เรื่องราวพวกนี้ มีจริงสำหรับผมครับ ฟังดูเว่อร์ๆ แต่สำหรับผมเรื่องนี้มันยิ่งใหญ่จริงๆ ^^

 

 

          แล้วก็ จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ผมคิดว่าจะเขียนเรื่องใหม่ด้วยซ้ำไป แต่อยากจะจบปัญหาที่ตัวเองเคยก่อไว้ก่อน แล้วจึงเขียนอีกเรื่องนึง หรืออาจจะสองเรื่องควบคู่ไปเลยก็ได้ ถ้าผมบ้าพอ 555

 

        นอกจากนี้ พอฝีมือวาดรูปผมดีขึ้น จะวาดประกอบกับนิยายไปด้วยครับ จะได้ไม่เหนื่อยเวลาเห็นตัวหนังสือเยอะๆ :D

 

 -----------------------------------------------------------------

ตอนใหม่จะมาอัพในเย็นวันศุกร์ที่จะถึงนี้นะครับ

ว่างๆจะวาดรูปตัวละครมาลงด้วย ;D

-ใครที่ยังไม่เคยอ่านมาก่อนก็อ่านได้ที่นี่นะครับ Realm of Paranormal

-ส่วนใครที่อยากดูรูปวาดก็ที่นี่เลย Realm of Art

-ส่วนอันนี้บทความอื่นๆ ทั้งเรื่องงูและสัตว์ต่างๆ Realm of knowledge

Merry Christmas from my monster

posted on 25 Dec 2011 20:19 by tanbabasnake

              วาดรูปมาอีกรอบครับ 55 แต่คราวนี้เป็นรูปเซ็ตคริสต์มาส!!! จะมีพวกตัวประหลาดของคริสต์มาสเท่านั้นนะครับ XD  

 

MERRY CHRISTMAS นะคร้าบ ทุกคน ^^

 

Monster No.1 : Christmas Tree

 

               เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีพิษภัยต่อมนุษย์หรอกครับ พวกเธอเป็นมนุษย์ต้นไม้! แต่ว่า ในฤดูอื่นที่ไม่มีหิมะตกและอากาศหนาว คนเหล่านี้จะอยู่ในร่างต้นไม้เท่านั้น แต่เมื่อคริสต์มาสมาเยือน เธอจะกลายเป็นร่างในรูปครับ น่าเสียดายที่ลำต้นมันสูงมาก  ทำให้เธอไม่ค่อยได้เห็นมนุษย์เท่าไหร่ :(

             ในเวลากลางคืนถ้าหากใครเดินเข้าไปใกล้เหล่ามนุษย์ต้นไม้พวกนี้ เธอจะร้องเพลงที่ไพเราะสุดๆเลยละครับ ไม่ว่าใครก็เป็นต้องหยุดฟังกันทั้งนั้น XD

 

Monster No.2 : Dark Reindeer

 

            ครึ่งคนครึ่งสัตว์ที่มีความไวและประสารทสัมผัสที่ยอดเยี่ยม!! แต่ต่างกับต้นคริสมาสด้านบน ดาร์คเรนเดียร์นี้มีเพียงคนเดียวบนโลก คอยเป็นเหมือนเลขาฯให้ ซานต้าตัวปลอม!! O_O (จะเป็นใครกันนั้นไว้ดูในตัวต่อไปแล้วกันครับ) ต่างกับเรนเดียร์ปกติที่คอยพาซานต้าไปให้ของขวัญกับเด็กๆ ดาร์คเรนเดียร์จะคอยตามหาที่อยู่ของเหล่าคนรวยในวันคริสมาสต์ และจะนำข้อมูลไปให้ซานต้าตัวปลอม เพื่อไปขโมยของหรือสับเปลีย่นของขวัญของเด็กๆ D:

 

Monster No.3 : The Fake Santa

 

             ซานต้าตัวปลอม ที่มักจะออกป่วนเมืองในวันคริสต์มาสจนถึงปีใหม่ ถึงจะปลอมตัวเป็นซานต้า แต่แท้จริงแล้วเขาคือแวมไพร์ที่มีนิสัยชอบแกล้งคนอื่นไปวันๆ นอกจากนี้ยังขี้อิจฉา เห็นคนอื่นมีความสุข ได้ของขวัญไม่ได้ เป็นต้องเข้าไปขโมยทุกที D:

             โลกของผม มันก็วุ่นวายแม้กระทั่งวันคริสต์มาสแบบนี้ละครับ orz 555

 

จบแล้วครับ เอ็นทรี่นี้สั้นๆ แวะมาคริสต์มาสเฉยๆ

 

MERRY CHRISTMAS & HAPPY NEW YEAR นะครับทุกคน XD ขอให้มีความสุขสนุกสนานกันให้มากๆ

ไปและ ฟิ้วววววว

 ---------------------------------------------------

งานวาด : Realm of Art

งานเขียน :Realm of knowledge

Lustful Death 1 [Welcome to my world]

posted on 23 Dec 2011 16:45 by tanbabasnake

                  วันนี้ผมมาอัพรูปวาดนะคร้าบบบ มาทีเดียวสามตัวเลยด้วย!!! แต่ตัวแรกอาจจะดูห่วยกว่าอีกสองตัวหน่อยนะครับ ผมลงสีคนละวิธีกัน  ><

                  โดยสามตัวนี้มี ธีม เดียวกันอยู่ครับ นั่นคือ ความตาย ที่เกิดจากความหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวผู้หญิง มาเริ่มกันที่ตัวแรกเลยดีกว่า!!!

 

 

  1. Mushroom girl

 

ตัวนี้แหละครับ ที่บอกว่าจะออกมาแย่กว่าตัวอื่นหน่อย แต่มีรีเมคแน่นอนครับ ^^

 

เห็ดหน้าตาไร้เดียงสาคนนี้ เดินไม่ได้ครับ เธองอกขึ้นมาจากดิน อยู่ในลานเห็ดแห่งนึง แต่ว่าเธองอกขึ้นมาพร้อมหน้าที่ ที่ต้องคอยปกป้องแร่เรืองแสงสีฟ้า ไม่ให้มีมนุษย์เข้ามาเอาไปได้ เพราะแร่นี้เป็นแร่ชนิดเดียวที่คอย “สร้าง” สารอาหารให้เห็ดยักษ์ของที่นี่มีชีวิตอยู่ได้

      หากมีมนุษย์ไม่ว่าชายหรือหญิงเดินเข้ามาในอาณาเขตหวงห้ามนี้ เธอจะปล่อย สปอร์ แบบที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้เริ่มควบคุมสติไม่ได้ นอกจากนี้ร่างกายจะหลงใหล จะอยากที่จะเข้าไปโอบกอดจูบเห็ดสาวนี้แหละครับ

        และถ้าหากเราไม่สามารถควบคุมสติ แล้วเข้าไปจูบเห็ดนี้เข้า จะเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง พิษจากน้ำลายและสารเคลือบร่างกายของสาวเห็ดนี้ จะทำให้เราเป็นอัมพาตถาวร ออกฤทธิ์ภายใน10วินาที และไม่มียาแก้พิษ

          ขั้นตอนสุดท้าย เธอก็จะปล่อยสปอร์ชนิดที่สองออกมา นั่นคือสปอร์ที่ให้กำเนิดเห็ดอีกชนิด โดยสปอร์ชนิดที่สองจะเข้าไปตกไปเกาะตามร่างของเหยื่อที่เป็นอัมพาต และเห็ดจำนวนนับร้อยก็จะงอกขึ้นมาตามร่างกายของเหยื่อ เห็ดพวกนี้เกิดมาเพื่อเป้าหมายเดียว คือย่อยผู้บุกรุก ให้กลายเป็นปุ๋ย ก่อนที่จะเน่าตายตามร่างของเหยื่อไป

 

      2. Venus man trap

 

สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อปกป้องอะไรทั้งนั้น เธอเป็นเพียงต้นไม้ต้นหนึ่ง ที่ต้องกินมนุษย์เป็นอาหาร

     จากรูปก็น่าจะรู้กลไกกันหมดแล้ว เธอจะโชว์ร่างกายที่เป็นตัวล่อมนุษย์อย่างดีให้เข้ามาใกล้ๆ บางทีก็ใช้เสียงเรียกให้คนเข้ามา หรือบางทีก็ผลิต “น้ำย่อย” ที่ส่งกลิ่นหอมเหมือนน้ำหวาน

     เมื่อมนุษย์ หรือสัตว์ที่ใหญ่พอจะเป็นอาหาร มาสัมผัสร่างกายส่วนที่เป็นคนของเธอ ใบทั้งสองข้างก็จะหุบเข้า งับเหยื่อเอาไว้ภายใน และจะฉีดน้ำย่อยออกมาจำนวนมาก ที่แรงพอจะย่อยกระดูกให้เปื่อยได้ (แต่น้ำย่อยพวกนี้กัดผ่านสารเคลือบร่างกายของเธอไม่ได้) ผิวหนังของมนุษย์ที่โง่เข้ามาหาเธอนั้น จะถูกทำลายจนหมด ก่อนที่เขาจะมีโอกาสส่งเสียงขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำไป และหลังจากนั้น สารอาหารก็จะถูกดูดซึมเข้าไปในร่างของเธอ

                

        3. Magma (Assassin)

 

              สองตัวที่ผ่านมา หนึ่งคนต้องฆ่าเพื่อหน้าที่ อีกหนึ่งต้องฆ่าเพื่อมีชีวิตรอด แต่คนสุดท้ายของเรา เธอฆ่า เพื่อเงิน

 

             แมกม่า เป็นมือสังหารรับจ้างที่ทำงานอย่างรอบคอบ มีเพียงคนที่จ้างเธอเท่านั้นที่รู้ว่าเธอเป็นใคร วิธีฆ่าเหยื่อของเธอนั้น ง่ายกว่าอีกสองคนข้างบนเสียอีก

           เป้าหมายของเธอ ไม่ว่าจะเป็นชายคนใดก็ตาม เธอจะเข้าไปล่อ ในร่าง “ปกติ” มีเนื้อหนังเหมือนคนทั่วๆไป แต่เมื่อเหยื่อเล่นสนุก จนเธอจนพอใจแล้ว เธอก็จะเผย “ร่างจริง” ออกมา

          อุณหภูมิร่างกายของเธอมากพอที่จะทำให้เหล็กละลายได้ในพริบตา ไม่จำเป็นต้องมีน้ำย่อยหรือสปอร์มาคอยช่วย เพราะตัวของเธอคือ แมกม่า ที่ร้อนระอุ ทันทีที่ร่างจริงถูกปลดออก เหยื่อก็จะละลายหายไปทันที นอกจากนี้ ถ้าหากคนที่จ้างเธอต้องการให้เหยื่อทรมาน เธอก็จะจัดการให้ โดยระหว่างที่ร่างของเธอและเหยื่ออยู่ใกล้ชิดกัน เธอจะ ค่อยๆ ปลดร่างออก ทำให้ความร้อนค่อยๆเพิ่ม ผิวหนังค่อยๆไหม้ ทำให้เหยือถูกย่างให้เกรียม ก่อนจะโดนละลายหายไปกับลาวา

          อ้อ แล้วก็ ยังไม่มีใครเจอวิธีจัดการเธอได้อย่างมีประสิทธิภาพสักทีนะครับ เพราะร่างของแมกม่า เป็นของเหลวหนืดแบบนี้ ยิงก็ไม่เจ็บ ตัดก็ไม่ขาด !!!

            วิธีรับมือก็มีแค่เอาวัสดุที่ทนความร้อนสูงสุดๆ  เอามาทำเป็นกล่องหรือห้องขนาดใหญ่ปิดครอบเธอไว้ เพราะลาวาก็เหมือนน้ำ โดนล้อมไว้แบบปิดตายก็ไหลออกไปไม่ได้

 

 

 

 

        หมดแล้วครับ สำหรับเซ็ทที่1 แน่นอนว่าต้องมี Lustful Death 2 แต่ว่าคงอีกนานเลยละครับ

 ---------------------------------------------------------------------

สำหรับเอ็นทรี่หน้า ถ้าเป็นงู คงเป็น Cotton mouth

แต่ถ้าเป็นวาดรูปอีก คงเป็นเซ็ทใหม่ครับ ไม่ใช่ Lustful Death

 

งานวาด : Realm of Art

งานเขียน(งู,สัตว์ต่างๆ) : Realm of knowledge

ก่อนอื่นเลย ผมเอาคำว่า ว่าด้วยเรื่องของงู ออกไปแล้ว 5555 แต่ยังคงสไตล์การเขียนเหมือนที่ผ่านมาครับ แต่ แหม สองเอ็นทรี่ก่อนผมเขียนถึงงูน่ารักไปแล้ว ทีนี้กลับเข้าสู่บทความแห่งตัวโหดดีกว่าครับ!! Dark side of the งู

 

              เมื่อช่วงที่มีข่าวของกรีนแมมบ้าหลุดออกมา ผมก็ได้เขียนเกี่ยวกับมันไปแล้ว แต่ทันทีที่ได้ยินข่าวผมมองโลกในแง่ดีว่า ต่อให้เป็นข่าวจริงอย่างน้อยก็ดีแล้วที่ไม่ใช่แบล็คแมมบ้า……

 

           Black Mamba (Dendroaspis polylepis) เป็นงูพิษในตระกูลแมมบ้า เช่นเดียวกับไอ้ที่มีข่าวนี่แหละ แต่มันยาวได้ถึง2.5-3.2เมตรทำให้มันเป็นงูพิษที่ยาวที่สุดในแอฟริกา(แต่ถ้าในโลก ยังยาวแพ้KING COBRAอยู่ครับ) ทั้งๆที่กรีนแมมบ้าที่หลุดมามันแค่ประมาณ1.4เมตร เป็นไงล่ะ กรีนแมมบ้าห่วยไปเลยใช่ไหม!!

ชื่อของ Black mamba หาได้มาจากสีลำตัวเหมือนไอ้เจ้าตัวเขียวไม่ แต่ชื่อของมันน่ะ ได้รับมาจากสีในปากของมันซึ่งเป็นสีดำต่างหากล่ะ เพราะลำตัวของมันนั้นมีสีเทาเงินอมน้ำตาลมากกว่า แบล็คแมมบ้า ขึ้นชื่อว่าเป็นงูที่เลื้อยเร็วที่สุดในโลก ทั้งๆที่ตัวมันยาวบรม แต่มันกลับเลื้อยได้ถึง 16-20 กิโลเมตร/ชั่วโมง!!!!

 

^Black Mamba ยาวพอมั้ยครับรูปนี้?

             และที่มันโหดกว่ากรีนแมมบ้าเนี่ย เพราะกรีนแมมบ้าอาจไม่โจมตีและหลบคนมากกว่าต่อสู้ แต่แบล็คแมมบ้า เป็นงูหัวรุนแรง ดุร้าย และขี้หงุดหงิดครับ

                 แบล็คแมมบ้าออกหากินในเวลากลางวัน ไปทั่วทั้งบนต้นไม้และบนดิน เป็นงูหวงเขตแดน และจะปกป้องอย่างสุดชีวิตไม่ให้ใครเข้าใกล้ จริงๆแล้วในยามปกติเช่นเดินสวนกันแล้วจ๊ะเอ๋ มันก็ไม่ได้ถึงกับเข้าไปหาเรื่องหรอกครับ อาจจะหลบเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าถึงเวลาที่มันต้องปกป้องตัวมันเอง มันจะไม่ถอยครับ แต่จะชูคอและแผ่แม่เบี้ยบางๆคล้ายงูเห่า และอ้าปากสีดำของมันให้คนอื่นเห็น ถ้าวิธียังไม่เวิร์คอีก ปลดปล่อยสวัสดิกะครับ มันจะฉกแหลกในจังหวะนี้

มันขึ้นชื่อว่าเป็นงูที่ขี้โมโหสุดๆบนโลกตัวนึงเลยครับ ทั้งเร็ว ทั้งรัว และปราศจากความกลัว โดยเฉพาะเมื่อมันต้องปกป้องเขตของมัน หรือเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ นอกจากนี้แล้วพิษมันยังแรงด้วย….

 

^black mamba อ้าปากให้เห็นสีดำภายในปากของมัน

                  พิษของแบล็คแมมบ้าทำงานเร็วมาก และเป็นพิษที่ทำลายระบบประสาท ซึ่งในปี2006เคยมีช้างตัวเต็มวัยหนักราว7,500ปอนด์ โดนงูแบล็คแมมบ้าฉกตายมาแล้ว! ซึ่งจนถึงปัจจุบัน นี่เป็นเคสเดียวที่มีงูสามารถฉกช้างให้ตายได้

                 สำหรับมนุษย์ แบล็คแมมบ้าสามารถฆ่าคนได้ใน1ชม. และตายแน่นอนถ้าไม่มียาแก้พิษครับ แต่เนื่องจากปัจจุบันมีเซรุ่มแล้ว ทำให้อัตราการตายลดลง

พิษของแบล็คแมมบ้าออกฤทธิ์ได้ภายใน5นาที อาการหลากหลายทั้งเวียนหัว หายใจขัด ช๊อค หมดสติ แขนขาเป็นอัมพาต และอีกมาก ขึ้นอยู่กับปริมาตรพิษที่ได้รับมาด้วย ซึ่งถ้าได้รับมากเกิน(เช่น โดนฉกซ้ำหลายครั้ง หรือ ถูกกัดเข้าเส้นเลือดสำคัญพอดี) ความตายก็สามารถมาหาได้ภายใน10นาทีเนื่องจากหัวใจหยุดทำงาน นอกจากนี้พิษของแบล็คแมมบ้ายังสามารถทำให้เป็นอัมพาตถาวรได้ หากการรักษาล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น

             เมืองไทยรถติดแบบนี้ ผมภาวนาอย่าให้มีเอาเข้ามาเลี้ยงเลยครับ โดนฉกนี่ไปไม่ทันโรงบาลฯหรอก…

 

^โฉมหน้าที่คนแอฟริกาต่างพากันกลัว

             ส่วนตัวแล้ว แบล็คแมมบ้า นับว่าเป็นงูที่สวยงามมากๆตัวนึงเลยล่ะครับ ก็อยากเลี้ยงอยู่หรอก แต่มันเสี่ยงทั้งชีวิตผมและคนรอบข้าง จริงๆไม่ต้องมีคำว่าคนรอบข้างหรอกครับ  พันธุ์นี้ผมบอกตามตรงเลยว่าผม “กลัว” ที่จะใกล้ชิดกับมัน

 

                สำหรับข้อมูลของแบล็คแมมบ้าหลักๆผมคงมีแค่นี้ล่ะครับ สามารถไปหาอ่านต่อกันได้ ไอ้นี่มันดัง หาไม่ยากหรอก 55

 

                   

            สุดท้ายนี้ถึงผมจะเขียนบล็อกถึงงูที่ดุร้าย แสดงความน่ากลัวของงูออกมา แต่ก็อยากให้รู้กันด้วยว่า งูดีๆก็มีครับ มีเยอะด้วย ถึงมันจะกินหนูเป็นอาหาร เอาชีวิตสัตว์น่ารักๆไป แต่ชีวิตมันก็ต้องหลบเหยี่ยวเหมือนกันครับ มันคือธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตต้องเอาชีวิตตัวอื่นมาเติมของตัวเองเพื่อโตต่อไป สัตว์กินพืช ยังต้องทำร้ายพืชเพื่ออยู่รอดเลยครับ อย่าไปเกลียดมันแค่เพราะมันฆ่าหนูเลยครับ

 

                  ที่พล่ามถึงเรื่องนี้เพราะงูดีๆจำนวนมากกำลังถูกฆ่าครับ ข่าวกรีนแมมบ้านี่ละ orz ตัวมันก็ยังไม่โผล่มาสักแอะ แต่ตบเขียวปากจิ้งจกตายไปกี่ตัวแล้วผมก็ไม่รู้ มันเป็นงูที่ทำอะไรเราไม่ได้นะครับเนี่ย

             ส่วนตัวคิดว่าข่าวเป็นข่าวลือครับ 15ตัวป่านนี้ยังไม่เจอ แล้วปกติงูพิษเค้าไม่เลี้ยงรวมตู้หรอกครับ ตู้ละ2ตัวก็มากแล้ว เพราะคนให้อาหารเสี่ยงตายบรรลัยโลก  นี่หลุดพร้อมกัน15ตัว มันทำอีท่าไหนวะครับ?

 ^งูเขียวปากจิ้งจก เคยมีข่าวว่าตีงูคล้ายกรีนแมมบ้าตาย เปิดรูปไปตัวนี้ชัดๆเลยครับ TT

            ผมมีความฝันอยู่ในใจนะครับ ฝันว่าจะมีวันที่คนเข้าใจว่างูก็เหมือนหมาแมวคนที่มีทั้งดีทั้งไม่ดี แต่เพราะความกลัวนี่ละ งูดีๆก็ตายกันระเนระนาด เจองูปุ๊บ! ตบ ผมตั้งเป้าไว้ว่า ไม่ว่าจะด้วยวิธีเขียนบล็อกหรือเขียนหนังสือหรือคุยกับเพื่อนธรรมดา ผมก็อยากให้การกระทำของผมช่วยให้งูอยู่ร่วมกับคนได้มากกว่านี้น่ะครับ

             ผมไม่ได้ว่าว่าการกลัวงูมันผิดหรอกครับ ผมเองก็กลัวหมาเหมือนกัน(พูดจริงครับ แต่ไม่มาก) แต่ว่าความกลัวบางทีก็ทำให้เราไปทำร้ายอย่างอื่นได้ ส่วนตัวผมรู้สึกว่าความกลัวและการรับรู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันอันตราย ไม่ได้เอาไว้ให้สติแตก แต่เอาไว้ให้เราไม่ประมาทกับมันมากกว่าครับ

 

               แต่ถ้ามามองดู หลักๆแล้วไม่ได้เกิดจากความกลัวหรอกครับ เกิดจากความเข้าใจผิดมากกว่า “งูสีสดอันตราย” “งูสีเขียวคือกรีนแมมบ้า” พรากไปหลายชีวิตแล้วครับ พวกนั้นคือโดนลูกหลงทั้งนั้น

 

^Milk snake งูไม่มีพิษที่เลียนแบบลายของงูพิษ เพื่อหลอกศัตรู ท่าทางจะหลอกได้เต็มๆเลยครับ

          แต่ทั้งหมดที่พูดมาก็คือมุมมองของผมนะครับ คนเราก็เห็นต่างกันอยู่แล้ว ผมไม่ได้ถูกเสมอไปหรอก แค่อยากออกความเห็นในเรื่องนี้น่ะ

 

เท่จัง จบดีกว่า. 555

 ----------------

อ้างอิง 

-http://en.wikipedia.org/wiki/Black_mamba

- Dorling Kindersley handbook : Reptiles and Amphibians

--------------

ดูตัวโหดแล้วมาดูตัวน่ารักบ้างดีกว่า 

 

เอ็นทรี่งูครั้งที่แล้วผมพูดถึง corn snake ซึ่งลูกสาวที่บ้านหรือสาวๆบนหัวบล็อก ก็มีcorn snake อยู่ 2 ครับ XD

 

แต่ว่า ขืนเขียนถึงแต่ corn snake มีหวัง ลูน่า Ball python ตัวเดียวของผม จะงอนเอา ก็เลยตัดสินใจเขียนเกี่ยวกับ Ball python มาในเอ็นทรี่นี้ครับ :D

 

           Ball python?

                บอลไพธ่อน เป็นงูไม่มีพิษ ที่เป็นญาติห่างๆของงูหลามครับ ซึ่งชื่อของมันเองก็บอกอยู่ว่า Python (งูใหญ่) แต่ไม่ต้องห่วงครับ ผมบอกแล้วไงว่าบอลไพธ่อนเป็นงูน่ารัก มันโตได้ยาวสุดก็ราวๆ Corn snake น่ะละครับ อาจจะสั้นกว่าด้วยซ้ำ แต่เพราะตัวของมันค่อนข้างอ้วน ทำให้ดูยาวกว่าคอร์น เท่านั้นเอง

          ตัวเมียจะค่อนข้างใหญ่กว่าตัวผู้ และสำหรับผู้ที่เชื่อว่างูนั้นอันตราย ตัวนี้ไม่ใช่แน่นอนครับ ในยูทูปก็มีอันที่มันเล่นกับแมวมาแล้ว!! และเพราะนิสัยของมัน ทำให้บอลไพธ่อนเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงง่ายและปลอดภัยครับ

 

          บอลไพธ่อน ชื่อของมันมาจาก เมื่องูชนิดนี้ถูกรุกรานหรือรบกวน มันจะขดตัวของมันเป็นเหมือนลูกบอล เพื่อป้องกันอันตราย โดยเอาหัวซุกไว้ด้านในสุด แน่นอน เหมือนคอร์นสเนค มันไม่คิดจะโจมตีกลับเลยแม้แต่น้อย เพราะนิสัยของมันเป็นแบบนี้โดยธรรมชาติครับ น่ารักเนอะ  > <

 

^ลูน่า งูของผมตอนเด็กๆครับ

 

             เช่นเดียวกับคอร์นสเนค งูชนิดนี้นำมาจากต่างประเทศ คนที่เลี้ยงไม่ไหว อย่าแม้แต่จะคิดที่จะเอาไปปล่อยในธรรมชาติ นอกจากมันจะอันตรายต่องูเอง (งูเลี้ยงมักสูญเสียความสามารถในการล่า) ยังอันตรายต่อระบบนิเวศของบ้านเราอีกด้วย

 

 

          ไหนขอดูซิ สวยไหม? 


          สวยครับ Ball python มีหลากหลายสีสันและลวดลายมาก ทั้งแบบสีคลาสสิค งูธรรมดา ไปจนถึงสีสันสดใสฉูดฉาดยังกะโดนราดสีผสมอาหาร ผมจะยกตัวอย่างให้ดูแล้วกันครับ

 

-       Normal Ball python ลายปกติ ในรูปนี่ลูกสาวผมเอง สวยมั้ยยย

 

-       Crystal

 

-       Calico Fire Pastel


-       Axanthic Super Pastel


 

นี่แค่เกริ่นเอง พอก่อนดีกว่า 555

 

อยากได้แล้วโว้ย หาจากไหน!?

          เหมือนคอร์นสเนคครับ จตุจักร เดินหาได้เรื่อยๆเลย แล้วก็ ผมเตือนไว้ก่อนนะครับ ตัวไหนราคาเหยียบแสน อย่าโวยนะครับ Ball python มีหลายราคามากตั้งแต่พันกว่าๆ ไปจนถึง แสนสาม หรืออาจจะมีมากกว่านั้น

 

^Mystic Potion งูในฝันของผม แต่ราคาแสนสาม คงเป็นได้แค่ฝัน orz

 

                อย่าลืมดูเห็บดูไรตามตัวมันตอนเลือกนะครับ! แมลงปรสิตของงูมักติดมากับงูนำเข้า หรือวัสดุรองพื้น เพราะฉะนั้นเช็คดีๆครับ

 

แล้วตู้ล่ะ!?

          เช่นเดียวกันกับคอร์นสเนค ปัจจัยเหมือนๆกัน นั่นคือ มีน้ำ พอที่จะให้งูลงไปแช่ได้และดื่มได้ ถ้าขยันสุดๆก็เปลี่ยนน้ำทุกสองวัน และควรมี Hide box เป็นกล่องสำหรับให้งูเข้าไปนอน และรู้สึกปลอดภัย แต่อย่าให้มีขอบคมนะครับ มันโดนบาดแผลก็ติดเชื้อได้

         ขนาดของตู้ก็แนะนำให้ซื้อของไซส์ใหญ่ไว้เลย เพราะสักวันมันก็ต้องโตมาอยู่ดี ซื้อตู้บ่อยๆคงเบื่อตาย

 

           วัสดุรองพื้นก็เช่นเดียวกับคอร์นสเนค “ขี้เลื่อยเหมือนหนูได้ครับ แต่ถ้าจะให้ดีมันจะมีวัสดุที่เป็นเม็ดๆ จะเก็บทำความสะอาดง่ายกว่าครับ เมื่องูถ่ายออกมาก็ให้เก็บเฉพาะตรงที่เลอะก็ได้ครับ ไม่ต้องเปลี่ยนหมดก็ได้ ถ้าไม่มีเวลา”  5555 ก๊อปมาจากเอ็นทรี่ที่แล้วเลย เพราะมันเหมือนกัน

 

ของกินล่ะ!? มันตัวใหญ่ขนาดนี้โยนวัวลงไปในตู้เลยดีมั้ย

 

           มันไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้นครับ บอลไพธ่อนให้หนูก็พอครับ แต่ว่าอาจต้องให้ทีละหลายๆตัว เพราะเกิดมามันก็กินหนูไซส์ใหญ่ได้แล้ว ของผม ผมให้ครั้งละสองตัวใหญ่ครับ

           อย่าตกใจไปว่าโยนหนูให้มันเชือดเลยหรอ!!! ผมซื้อหนูแช่แข็งคร้าบ!!!! มันเหมือนอาหารสำเร็จรูปน่ะแหละ ฆ่ามาก่อนแล้ว ที่เราทำก็แค่เอาหนูใส่น้ำร้อนแล้วยื่นให้งู

            แต่บอลไพธ่อนกินยากกว่าคอร์นนะครับ เพราะว่ามันดูเหยื่อจากความร้อนด้วย ไม่ใช่กลิ่นอย่างเดียว เพราะฉะนั้นถ้าหนูเย็นเกินไป มันก็ไม่ฉกครับ ดีไม่ดีมันกลัวหนูด้วย! มันคงคิดว่าเอาอะไรมายื่นวะเย็นๆลอยๆ

^ลูน่า งูของผมกำลังรัดหนูที่ป้อนให้

 

           แล้วก็ถ้าคิดจะให้อย่างอื่น ผมบอกไว้เลยว่าหนูเป็นอาหารที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแล้ว ถ้าสงสารหนูแล้วคิดจะให้แมลงกับงู ก็เท่ากับว่าคุณทรมานงู100%เลยครับ เพราะทั้งขาดสารอาหาร ทั้งหิว จะสงสารสัตว์โลกอย่าเลือกสงสารครับ สงสารหนูก็ฝากสงสารงูด้วย

               อย่าลืมว่างูก็ต้องกินเพื่ออยู่ครับ มันคงไม่เดินไปฆ่าหนูเฉยๆหรอกน่า

 

             เวลาให้อาหารบอลไพธ่อน ผมเตือนไว้เลยว่า ใช้คีมยาวๆคีบแล้วยื่นเข้าไปในตู้ครับ มันไม่ดุ แต่มันฉกเบี้ยวได้ครับ แล้วมันไม่ได้เจ็บน้อยเหมือนคอร์นสเนคครับ บอลไพธ่อนเขี้ยวคมพอสมควร ถ้าพลาดขึ้นมา เลือด ครับ ผมโดนมาแล้ว 55

 

^มือ ร่างกายของผม โดนลูน่า งูของผมกัด เพราะฉกเบี้ยวจาก หนู อาหารของงูของผม

       

             ถ้าหากโดนกัดจริงๆ อย่ากระชากมือออก มีสองอย่างคือ งูเขี้ยวหัก กับแผลฉีกเป็นทาง พอมันรู้ว่าเราไม่ใช่อาหาร มันจะปล่อยเองครับ ถ้าโดนกัด มันไม่มีพิษก็จริง แต่ควรฉีดกันบาดทะยักครับ เพราะงูกินหนู ในปากมันก็ต้องมีเชื้อโรคอยู่แล้ว

 

            หลังจากให้อาหาร อย่าเล่นกับมันเด็ดขาดนะครับ มันเป็นอะไรที่ต้องเตือนแล้วเตือนอีก เพราะถ้างูอ้วก มันเป็นอะไรที่แย่สุดๆกับงู

 

 

งูซีดทำไงดี มันจะตายมั้ย!? (ข้ามไปเลย ถ้าอ่านมาแล้วจากเอ็นทรี่คอร์นสเนค)

                 ช่วงลอกคราบ ตาและสีของงูจะซีดลงอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นจะกลับมาสดอีกรอบ แล้วงูจึงจะลอกคราบ

                      ช่วงงูลอกคราบอย่าให้ขาดน้ำเด็ดขาดครับ ไม่งั้นมันจะลอกเป็นแผ่นๆเหมือนเวลาเราปากแห้ง และก่อให้เกิดอันตรายกับงูได้ครับ แต่ถ้าลอกคราบออกมาได้ดีมันจะออกมาเป็นเหมือนตัวงูอีกตัวเลยครับ เป็นชิ้นเดียวเลย

แล้วก็บางทีงูจะไม่ขับถ่ายหรือไม่กิน จนกว่าจะลอกคราบเสร็จครับ 

 

              ปล. จะเขียนใหม่ก็ขี้เกียจ จะข้ามไปก็ไม่ดี จะให้ไปตามอ่านก็ลำบากคนอ่าน ก๊อปมันมานี่แหละ 555555555

 

มันถือยากปะ? กัดปะ? 

         บอล ถือง่ายกว่าคอร์นครับ มันไม่ดิ้นเวลาตกใจ มันจะขดเป็นก้อนๆเลย แต่ว่า งูที่บ้านผมชินแล้วครับ หยิบขึ้นมาท่าไหนก็ท่านั้น ไม่กลัวเราแล้ว

 

^ลูน่าบนแขนของผม ><

           แล้วก็เลี้ยงงูอย่ากลัวงูกัดครับ ผมเอามานั่งตัก พาดคอ นอนกอด ทำมาหมดแล้ว ไม่เคยโดนฉก ครั้งเดียวที่โดนงูฉกคือตอนให้อาหาร แล้วมันฉกเลยหนู มาโดนมือผมครับ 55555

        ที่สำคัญ คอยดูหัวมันให้ดีครับ หัวไปไหนตัวก็ไปนั่น เรื่องธรรมดาของงู ^^

 

 

ของแถมๆ เดี๋ยวเอ็นทรี่นี้จะดูน่าเบื่อไปซะก่อน 

 

         เอามาล่อใจ ครับ จะได้รู้ซะบ้างว่างูก็สวยก็น่ารักเหมือนกัน ฮะฮ่า 555555

 

-       Piebald


-       Stingless bee


-       Vanilla cream

 


-       Goblin Phantom


-       Caramel Glow


-       Champagne Ghost


-       Albino Cinnamon

 


-       Coral Glow


 

อ้างอิง – ชื่อลายและลายต่างๆ http://www.worldofballpythons.com/morphs/
 
---------------------
 
 
งูสีสดไม่ได้แปลว่ามีพิษนะคร้าบ : ว่าด้วยเรื่องของงู พิษและไม่พิษ?