Last Chapter : Triumph of the failure
“ขึ้นมาเร็วๆ!!!!” ไมค์ตะโกน พร้อมกับค่อยๆเอาเครื่องขึ้น แต่ดูเหมือนเมื่อตัวยานลอยสูงจากพื้น จะทำให้ปราศจากแรงเสียดทาน และโดนดูดเข้าไปเร็วกว่าเดิม “ไม่ได้!!! ทุกคนต้องขึ้นมาก่อน!!!”
“ฉันรุนแรงมากไม่ได้!!!” แฟรงค์ตะโกน เขาถือร่างของอาโมสซึ่งแทบจะขาดเป็นชิ้นๆจากรอยฟันของพายอยู่ ถ้าขืนกระโดดขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์มีหวังแรงกระแทกคงทำให้ร่างกายบางส่วนหลุดออกมาแน่ๆ
“โดดๆขึ้นมาเหอะน่า!!! ข้างบนนี้มีอุปกรณ์รักษาอยู่หมดแล้ว!!!” ไมค์ตะโกน ประตูเฮลิคอปเตอร์ที่เปิดกว้างอยู่ทำให้คนข้างในต้องเกาะตามผนังเพื่อไม่ให้โดนกัลป์ดูดเข้าไปด้วย และทุกอย่างต้องรีบจัดการให้จบก่อนที่เครื่องจะแตะกับแม่น้ำกรดนี้
“โอเค!!” แฟรงค์ออกแรงถีบตัวขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ แต่ทันทีที่ร่างของเขาลอยสูงจากพื้น แรงดูดของกัลป์ก็แรงขึ้น ดึงทั้งตัวเขาและอาโมสลอยออกห่างจากเฮลิคอปเตอร์ ตรงเข้าสู่แม่น้ำกรด
“แฟรงค์!!” ด๊อบตะโกนพร้อมเรียกบาเรียขึ้นมากั้นกลางอากาศ ร่างของแฟรงค์ที่เกือบจะลอยออกห่างจากฝั่งจึงกระแทกและหยุดอยู่ตรงนั้น แต่ดูเหมือนแรงกระแทกจะส่งถึงอาโมสด้วย
“อ้ากกกกก!!!!!” อวัยวะภายในบางอย่างหลุดออกมาจากเอวที่ถูกตัดขาดไปครึ่งหนึ่งของอาโมส ถึงแม้จะบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่อาการของอาโมสในตอนนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรอด
“เรากระโดดไม่ได้ เราต้องจัดการไอ้อ้วนนั่นก่อน!!” แฟรงค์ตะโกนพร้อมกับเอาร่างบังแรงดูดของกัลป์ปให้ออกห่างจากอาโมส ถ้าหากขาของอาโมสถูกแรงดูดดูดไป มีหวังได้หลุดไปแต่ขาแน่นอน เพราะทั้งร่างของเขาถูกตัดสับจนแทบจะขาดเป็นท่อนๆอยู่แล้ว
เพียงไม่กี่วินาที บาเรียที่ด๊อบสร้างขึ้นเองก็แตกสลาย และถูกดูดเข้าไปในปากของกัลป์ด้วยเช่นกัน ทิ้งให้แฟรงค์ต้องยืนเกร็งไม่ให้ตัวถูกดูดไหลลงไปในน้ำกรด
“บ้าเอ้ย!!! ความหวังสุดท้ายของเราก็เอาไม่รอดเรอะ!!!” เซฟาร์ดคำรามทันทีเมื่อเห็นว่าบาเรียไม่สามารถกั้นแรงดูดบ้าบอนี่ได้ ส่วนตัวเขาเองก็แทบจะไม่รอด มือทั้งสองข้างจิกลงกับพื้นดิน คอยต้านไม่ให้ร่างกายถูกดูดไป
“มันดูดแรงขึ้นเรื่อยๆแล้ว!!!! เราต้องรีบทำอะไรสักอย่าง!!!” ไมค์ตะโกน
“รู้แล้ว!!! รู้แล้วโว้ยยย!!! กูคงจะปล่อยให้มันดูดเราไปกันหมดน่ะ!!!” เซฟาร์ดตะโกนด้วยความหงุดหงิด พร้อมกับลุกขึ้นยืน เท้าที่ปราศจากหนังนั้นเจ็บแสบทุกครั้งที่รับแรงกระแทก หรือแม้แต่รับน้ำหนักตัวของเขาเอง แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ความเจ็บปวดคือเรื่องรอง
“แฟรงค์!!! ที่เอวนายมีระเบิดกี่ลูก?” เซฟาร์ดถาม เมื่อเห็นว่าชายหัวล้านเหน็บอาวุธไว้ที่เอวเป็นพวง
“น่าจะ5ลูกว่ะ!!! แต่ฉันเอื้อมไปหยิบไม่ได้ ถ้าปล่อยมือ เจ้าเด็กนี่ก็ปลิวกันพอดี!!!” แฟรงค์ตอบ ขณะที่ร่างของเขาค่อยๆเลื่อนเข้าใกล้แม่น้ำมากขึ้นเรื่อย
“แต่ถ้ามันดูดไปเรื่อยๆ!!! แม่น้ำเองก็จะค่อยๆถอยหนีเราไปเหมือนกันไม่ใช่หรอ!?” ลักซ์ตะโกน เธอพยายามไต่กลับขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์เพื่อหาที่เกาะ
“ฉันก็คิดอยู่เหมือนกัน!!! แต่ดูแล้วมันก็ไม่แตกต่างจากเดิมเลย!!!” เซฟาร์ดตะโกนกลับไป ทุกครั้งที่น้ำในแม่น้ำถูกดูดให้ลอยตรงไปยังปากใหญ่ยักษ์จนพื้นแห้งเห็นเม็ดกรวด น้ำกรดชุดใหม่ก็จะซึ่มออกมาจากใต้ดินอย่างรวดเร็ว คอยเติมเต็มแม่น้ำนี้ให้คงที่ดังเดิม
“แล้วหมอนั่นมันไม่โดนกรดกัดปากหรอ!!?!” ด๊อบถาม ขณะพยายามสร้างบาเรียขึ้น ขณะที่ตัวเขาเองก็คว้าร่างของกี้ที่เกือบจะลอยไปตามแรงดูดเอาไว้
เฮลิคอปเตอร์เริ่มเคลื่อนที่เร็วขึ้น ถ้าหากมันเคลื่อนเร็วกว่านี้ จนปลิวไปตามแรงดูด เซฟาร์ด แฟรงค์ ด๊อบ กี้ และอาโมสซึ่งอยู่นอกเฮลิคอปเตอร์ ก็จะโดนตัวยานกวาดลงแม่น้ำไปเต็มแรง
“ให้เดามั้ย!? ภายในปากของหมอนั่นเป็นมิติเลยมากกว่า!!! ทุกอย่างที่เข้าไปก็ไปโผล่ไหนไม่รู้!!! ถ้าจะให้ได้ผล มันต้องโดนผิวบนหน้าหรือร่างกาย แต่แรงดูดมันเยอะมาก ไม่ว่าอะไรมันก็ตรงดิ่งหายเข้าไปในปากมันหมดน่ะแหละ!!!” เซฟาร์ดตอบ ขณะที่ค่อยๆเดินอย่างทุลักทุเลตรงไปหาแฟรงค์ซึ่งยืนเกร็ง อุ้มอาโมสเอาไว้
“แขนฉันจะไม่ไหวแล้ว… วีเพิ่งหักกระดูกมา รักษาแล้ว แต่ยังไม่หายดี” แฟรงค์บอกเซฟาร์ด เขาไม่รู้ว่าตัวเขาจะประคองร่างของอาโมสได้อีกนานแค่ไหน
“ไม่ต้องห่วงน่า!! ห้าลูก!! ไม่เกินสามแน่นอน!!” เซฟาร์ดกระชากระเบิดที่เหน็บอยู่ที่เอวแฟรงค์ขึ้นมา ดึงสลักออก และขว้างไปตามแรงดูด
“อุ๊บ!!!” แต่จู่ๆชายแก่ก็เสียหลัก ร่างของเซฟาร์ดถลาไปกับแรงดูดด้วย จนล้มก้นกระแทกกับพื้นกรวดกลม
“ไหวรึเปล่า!!” แฟรงค์ตะโกน เขาไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย อาโมสที่อยู่บนแขนของเขาเริ่มหายใจพะงาบๆ จะวิ่งลุยก็ไม่ได้ จะค่อยๆกระทืบเท้าไปก็ไม่ได้ จะเอี้ยวตัวแม้แต่นิดยังไม่กล้าทำเลย ทั้งๆที่อุปกรณ์พยาบาลที่ไฮเทคแบบไม่มีที่ติก็อยู่ในเฮลิคอปเตอร์ตรงหน้าแล้ว แต่กลับทำอะไรไม่ได้ เป็นความรู้สึกที่เจ็บใจมากๆ
ลูกระเบิดที่เพิ่งถูกขว้างไปลอยหายเข้าไปในปากของกัลป์อย่างไร้ร่องรอยก่อนที่มันจะมีโอกาสได้ระเบิดด้วยซ้ำ
“มันระเบิดช้าไป!! มันกี่วิฯระเบิดเนี่ย!!!” เซฟาร์ดตะโกน พร้อมกระชากลูกที่สองขึ้นมา
“ไม่รู้!! แต่อย่าดึงแรงมาก!!! อาโมสจะได้รับแรงกระแทกเอา!!” แฟรงค์ตะโกน
เซฟาร์ดพยักหน้าพร้อมกับดึงสลักออกอีกครั้ง แต่ยังไม่ขว้างไป เขาถือมันไว้บนมือครู่หนึ่ง เพื่อให้ระหว่างที่ขว้างไปมันระเบิดเร็วขึ้น
“ไปเลย!!!” เซฟาร์ดตะโกนพร้อมขว้างลูกระเบิดออกไป แรงดูดมหาศาลมากจนลูกระเบิดเคลื่อนที่เร็วจนตาแทบจับไม่ทัน ข้ามแม้น้ำไปอีกฟาก และระเบิดตรงหน้ากัลป์พอดี แต่ดูเหมือนแรงระเบิดจะยังส่งไม่ถึงหน้าของกัลป์
“ฮ่าๆ ยังไม่โดน” พ่อครัวตัวอ้วนหัวเราะเยาะขณะที่เขาเพิ่มแรงดูดให้มากขึ้นอีก
“เซฟาร์ด!!! เฮลิคอปเตอร์เริ่มลอยจากพื้นแล้ว เราต้องเอาเครื่องขึ้นแล้วออกจากที่นี่ ตอนนี้!!!! ไม่งั้นดิ่งลงแม่น้ำแน่!!!!” ไมค์ตะโกนออกมาจากที่นั่งคนขับ ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ค่อยๆถูกดึงขึ้นจากพื้น และลอยเคลื่อนตัวเข้าใกล้แฟรงค์มากขึ้น
ทั้งทาสและพวกเซฟาร์ดที่อยู่ในเฮลิคอปเตอร์เองก็ช่วยอะไรไม่ได้ พวกเขาจำเป็นต้องหาอะไรเกาะ กันไว้ไม่ให้โดนดูดเข้าไป
“เดี๋ยวก็ระเบิดช้าไป เดี๋ยวก็เร็วไป ลูกที่สามไม่พลาดแล้วโว้ย!!!” เซฟาร์ดดึงสลักของระเบิดลูกที่สามออก กะจังหวะสักพักหนึ่งและขว้างออกไป
ลูกระเบิดปลิวตรงเข้าไปหากัลปทันที แต่รอบนี้มันกลับไม่ระเบิด และถูกดูดหายไปหมดอย่างรวดเร็ว
“บัดซบ!!!!” เซฟาร์ดสบถ ก่อนจะเตรียมดึงสลักระเบิดลูกที่สี่
“เดี๋ยวก่อนครับ!!!” กี้ตะโกนด้วยเสียงกัดฟัน พร้อมกับยิงลูกไฟสีทองออกไป ถึงแม้แขนซ้ายของเขาจะขยับไม่ได้จากบาดแผล แต่แขนขวาก็มีพลังพอจะรวมพลังงานให้ไฟ
เปลวเพลิงพุ่งตรงเข้าไปหากัลป แต่มันกลับถูกดูดหายไปในปากของพ่อครัวตัวอ้วน และหายไปเลยอย่างไร้ร่องรอย
“บ้าเอ้ย ถ้าไฟนั่นไม่กระแทกอะไรสักอย่างมันก็ไม่ระเบิดสินะ” เซฟาร์ดหงุดหงิด ทั้งๆที่การโจมตีของกี้น่าจะช่วยได้ดีที่สุด แต่ไม่มีทางที่ลูกไฟจะกระแทกร่างของกัลปได้เลย แรงดูดมันรุนแรงมากจนทุกอย่างตรงดิ่งหายเข้าไปในใจกลางของหลุมดำนี้อย่างเดียว
เซฟาร์ดรีบดึงสลักออกจากระเบิดลูกที่สี่ ก่อนจะขว้างมันสูงขึ้นไปบนฟ้า
ลูกระเบิดลอยสูงกว่าเฮลิคอปเตอร์หลายเท่า แต่ในขณะเดียวกันมันก็ถูกแรงดูดดึงกลับเข้ามายังกระแสของแรง และถูกดึงหายไปในปากที่กว้างพอๆจะเขมือบรถบรรทุกได้สบายๆ
“ลูกสุดท้าย…” เซฟาร์ดถือระเบิดลูกสุดท้ายอยู่ในมือ ตอนนี้ในหัวเขาไม่มีวิธีอื่นที่จะจัดการกัลปได้อีกแล้ว อีกไม่นานพวกทาสก็คงหมดแรงจะยึด เฮลิคอปเตอร์ก็คงจะไหลลงสู่แม่น้ำ และจบทุกอย่างที่เขาพยายามมา
“ไปเลย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” เซฟาร์ดตะโกน พร้อมดึงสลักออกจากระเบิดลูกสุดท้าย ก่อนจะขว้างตรงไปยังกัลป
ตูม!!
ระเบิดลูกสุดท้ายระเบิดเร็วผิดปกติมากๆ มันระเบิดออกตั้งแต่มันยังลอยอยู่เหนือแม่น้ำกว้าง
“โกหกใช่มั้ย!!!!” เซฟาร์ดอยากจะกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด แต่ตัวเขายังต้องใช้แรงคอยทนไม่ให้ตัวลอยออกไปกับแรงดูดนี้ ซ้ำยังนึกขึ้นได้ว่าเท้าของตนโดนแม่น้ำถลกหนังออกไปหมดแล้วด้วย
“เราต้องออกจากที่นี่แล้ว!!!” ไมค์ตะโกน ทันทีที่ตัวเครื่องเริ่มเซล้มไปตามแรงดูด อีกไม่นานตัวเฮลิคอปเตอร์คงกลิ้งทับร่างของผู้กล้าที่ยังคงอยู่ข้างนอก และกลิ้งตกลงไปในแม่น้ำแน่นอน
ไมค์สั่งการให้ประตูของเฮลิคอปเตอร์เริ่มปิดลง เมื่อเห็นว่าทาสข้างในที่ช่วยออกมานั้น เริ่มที่จะเกาะต้านแรงดูดเอาไว้ไม่อยู่แล้ว
“ลุง… น้ำในแม่น้ำ… ถ้าเอาขึ้นมา… มันจะยังเป็นกรดอยู่ไหม?” อาโมสถาม ด้วยน้ำเสียงของคนใกล้ตาย
“ใช่” เซฟาร์ดพยักหน้า เมื่อเห็นว่าอาโมสท่าทางมีความคิดดีๆแล่นขึ้นมา
“เร็วเข้า!! กระโดดขึ้นมา!!! พวกเรากำลังจะตายกันหมดทุกคนนะ” ไมค์ตะโกน เขาไม่อยากทิ้งเพื่อนไว้ที่นี่ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเขาไม่เอาเครื่องขึ้น ทาสข้างในก็คงตายหมด
“เจอาร์… ฟ้า… ดอลฟิน… เบส…” อาโมสเริ่มพูดชื่อเพื่อนของตนขึ้นมา
“ที่ผ่านมา…ขอบคุณมากๆนะ ฉัน…ดีใจจริงๆ” อาโมสพูดด้วยรอยยิ้ม และออกแรงดิ้นเต็มแรง จนหลุดออกจากแขนของแฟรงค์ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ไม่!!!! อาโมส!!!!” แฟรงค์คว้าเข้าที่ขาของอาโมสซึ่งกำลังโดนดูดไปทันที แต่ดูเหมือนว่าแผลที่ถูกพายฟันไว้ที่ขา จะฉีกออก ทำให้สิ่งที่อยู่ในมือของแฟรงค์เป็นเพียงข้อเท้าเปล่าๆ ในขณะที่ร่างของอาโมสกำลังลอยตรงเข้าไป
“อย่าทำบ้าๆน่ะ!!! อาโมส!!!” เซฟาร์ดตะโกน พร้อมกับวิ่งตามลงไปยังแม่น้ำกรดอีกครั้ง
“หยุดน่ะเซฟาร์ด!!! เราทำอะไรไม่ได้แล้ว!!!” แฟรงค์รีบวิ่งเข้ามาห้ามแวมไพร์แก่เอาไว้ ก่อนที่เขาจะเลยเถิดไปมากกว่านี้
“กระโดดขึ้นมาเลย เร็วเข้า!!!” ไมค์ตะโกน ตอนนี้ประตูของเฮลิคอปเตอร์ยักษ์เริ่มปิดลงมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว เหลือช่องว่างเท่าๆกับความสูงของเซฟาร์ดพอดี
ด๊อบรีบแบกกี้และกระโดดเข้าไปในตัวยานทันที ขณะที่แฟรงค์ต้องออกแรงดึงเซฟาร์ดกลับเข้ามาในยาน ห้ามไม่ให้เพื่อนของเขาทำอะไรบ้าๆลงไปอย่างไร้ความหมาย
“พอแล้ว!!!! พาย!!!! เลิกฆ่าคนได้แล้ว!!!! พ่อขอโทษ!!!!” เซฟาร์ดตะโกนลั่น น้ำตาไหลลงมาเป็นสายบนหน้าของชายแก่ที่เป็นผู้นำอันเข้มแข็งของกองกำลังนี้ เซฟาร์ดได้แต่โทษตัวเอง บาดแผลทั้งหมดบนตัวอาโมสคือฝีมือของพาย ลูกสาวของเขา ซึ่งการที่ลูกสาวของเขาเป็นแบบนี้ ก็เป็นเพราะของตัวเขาเองนั่นแหละ
ทุกคนบนเฮลิคอปเตอร์ต่างตกใจเมื่อรู้ว่าเซฟาร์ดคือพ่อของพาย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ในสถานการณ์แบบนี้ เซฟาร์ดคงไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น
ร่างของอาโมสที่หลุดลอยไปกับแรงดูดกลับออกแรงสุดชีวิต พยายามดึงตัวลงไปสัมผัสน้ำให้ได้มากที่สุด มือซ้ายของเขาจุ่มเข้าไปในกรดรุนแรงเต็มๆ ขณะที่แขนขวาด้วนๆที่ปราศจากมือ ก็จุ่มเข้าไปในน้ำเช่นกัน
เมื่อกัลป์เห็นว่าเฮลิคอปเตอร์เริ่มออกตัว เขาก็ปิดปากลง และเปลี่ยนมุม เพื่อที่จะดูดตัวยานที่กำลังลอยขึ้นฟ้า ตรงเข้ามายังปากของเขาเลย
ร่างของอาโมสกระแทกตกเข้าไปในน้ำเต็มตัว และกลิ้งด้วยแรงกระแทก ไปหยุดลงตรงหน้ากัลป์พอดี พร้อมกับนิ้วสองสามท่อน และเศษส่วนร่างกายอีกมากที่ขาดออก
“ฮ่าๆ คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะหนีทันเรอะ อ้ากกกกก!!!!!” กัลปหัวเราะ และกำลังจะอ้าปากดูดอีกครั้ง แต่กลับต้องร้องลั่นเมื่อบางอย่างที่แสบร้อนสัมผัสเข้าที่ท้องของเขา
อาโมสที่ท่อนล่างขาดหายไปจนเหลือเพียงลำตัวท่อนบนและแขนข้างซ้าย กำลังเอามือที่อาบไปด้วยกรดรุนแรงมหาศาล คว้าเข้าที่ท้องอันใหญ่โตของกัลป และพยายามจะไต่ขึ้นมาอีก ตอนนี้กรดกัดหน้าของอาโมสจนเละไปหมด ดวงตาขวาของเขากลายเป็นวุ้นใสๆเหนียวๆที่ไหลเยิ้มลงมาจากเบ้าตา และที่แก้มซ้ายเองก็ถูกกรดกัดเซาะเข้าไปจนแหว่งเห็นฟันและกะโหลกเปื่อยๆได้ชัดเจน
“อ้ากกกกก ออกไป!!!” กัลปพยายามจะเอามือปัดอาโมสออก แต่ดูเหมือนแขนสั้นๆของเขาจะไม่สามารถทำอะไรอาโมสได้เลยแม้แต่น้อย
เมื่ออาโมสตะเกียกตะกายมาถึงอกซ้ายของกัลป เข้าก็เอามือคว้าเข้าตรงจุดที่น่าจะเป็นหัวใจ และเอามือดันเข้าไปเรื่อยๆ เมื่อกรดกัดลึกลงไป มือของเขาก็จะได้เคลื่อนตามเข้าไปในแผลด้วย
“อ้ากกกกกกกกกกกกกกก!!!” กัลปร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ขณะที่มือของชายหนุ่มที่เหลือเพียงกล้ามเนื้อที่ไม่มีหนังหุ้ม กำลังล้วงเข้าไปคว้าหัวใจของเขา
“ขอให้…หนีไปได้นะ…ทุกคน” อาโมสพูด ก่อนที่จะหมดลมหายใจ โดยที่มือเปื้อนกรดยังคาอยู่ในอกซ้ายของพ่อครัวตัวอ้วน เลือดจำนวนมากทะลักออกมาจากปากแผลอย่างบ้าคลั่ง คงเป็นเพราะกรดได้กัดทะลุหัวใจของหนึ่งในท๊อปคลาสที่โชคร้ายคนนี้จนหมดสภาพไปแล้ว
-----------------------
เฮลิคอปเตอร์กำลังลอยขึ้นเหนือท้องฟ้า ไมค์ได้เปิดระบบล่องหน ซ่อนตัว และการพรางตัวทุกรูปแบบ ขณะที่เครื่องกำลังลอยออกจากดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้
ทั้งตัวยานเงียบสงบ ทุกคนต่างพากันสลดจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่กำลังร้องไห้ให้กับการจากไปของอาโมส แน่นอนว่าส่วนหนึ่งต้องเป็นเจอาร์ และฟ้า
ด๊อบและแฟรงค์เริ่มทำแผลให้เจอาร์และเซฟาร์ด แต่ดูเหมือนทั้งสองคนจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดตามร่างกายเท่าไรนัก
เมื่อเห็นเจอาร์สลดหดหู่ เจ้าไดโนเสาร์ก็เข้ามาคลอเคลียกับแขนของเจอาร์ แต่เมื่อมองหน้าดอลฟิน เขากลับนึกถึงอาโมส และยิ่งร้องไห้หนักเข้าไปใหญ่ หลังจากนี้เป็นต้นไป เขาจะดูแลสัตว์เลี้ยงตัวนี้อย่างดี เพราะมันเป็นสิ่งที่อาโมสยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยมันออกมาด้วย ทั้งๆที่ไม่จำเป็นเลย
“เบส… เขายังหมดสติไม่รู้เรื่องพวกนี้อะไรเลย… ถ้าเขาตื่นขึ้นมา…” โคฮาเนะพูดขึ้น พร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อครู่เธอเป็นคนที่ช่วยรั้งร่างของเบสที่หมดสติไม่ให้ลอยไปกับแรงดูด
ฟ้าไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ลุกมานั่งข้างๆโคฮาเนะ พร้อมกับร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม
ด๊อบมองดูรอบๆ เท่าที่เขานับได้ มีทาส27คนที่พากลับมาได้ แต่เขาต้องสูญเสียพวกไปจำนวนมาก การตัดสินใจครั้งนี้ ถ้าไม่มีเรื่องจัดการลูกแก้วกับบอสเข้ามาเสริม คงเป็นการกระทำที่เสียเปล่าที่สุดครั้งหนึ่งเลย
“เราจะกลับไปที่เมืองลอยน้ำ… แล้วอพยพทุกคนซะ” เซฟาร์ดพูดขึ้น ทำลายความเงียบและความหดหู่ขึ้นมากลางคัน
“พวกนั้นถึงจะแหลกไปเยอะพอๆกับเรา แต่มันคงไม่มีทางปล่อยเราง่ายๆแน่นอน การที่พวกเราหนีมาได้ มันแค่จุดเริ่มต้น ทุกคนคงรู้กันดีว่าพวกมันจะตามล่าเรากันขนาดไหน ตราบใดที่ยังมีคนแข็งแกร่งอยู่ในองค์กรนี้อยู่” ชายแก่ลุกขึ้นยืน โดยไม่สนว่าเท้าทีปราศจากหนังของเขาจะเจ็บแสบขนาดไหน
“มันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องสู้ ในองค์กรเองก็มีคนหักหลังองค์กรอยู่มาก ไม่เช่นนั้นเราคงไม่สามารถออกมายืนอยู่ที่จุดนี้ได้ นั่นแปลว่า แกนสำคัญจริงๆที่เราต้องจัดการนั้น มีไม่มากเลย ที่แน่นอนว่าจะต้องเป็นปัญหาเรา ก็มีแค่ เฮเลน วี และ ดาร์ค ลอร์ดบ้าบออะไรนั่น… และ พาย” เซฟาร์ดตัดสินใจนับรวมลูกสาวของตนเองไปด้วย ถึงแม้เขาจะไม่อยากเป็นศัตรูกับพายมากขนาดไหนก็ตาม
“หลังจากคืนนี้ฉันไม่รู้ว่าเราจะต้องเจอสถานการณ์แบบไหนอีกบ้าง เพราะฉะนั้นทุกคน พักผ่อนก่อนเถอะ ฉัน เซฟาร์ด จะคอยทำหน้าที่ดูแลชีวิตพวกนายเอง”
แฟรงค์ถึงกับยิ้มขึ้นมา เมื่อเห็นเพื่อนของเขาผ่านความเจ็บปวดเรื่องพายมาได้เร็วกว่าที่คิด
เฮลิคอปเตอร์ล่องหนเคลื่อนตัวไปอย่างเงียบๆ กลมกลืนไปกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ถูกประดับด้วยดวงดาวนับล้านแบบที่เจอาร์ไม่เคยเห็นมาก่อนในเมือง เมื่อได้ออกมาจากถ้ำในเมืองทาส ถึงแม้อะไรๆจะไม่ได้เรียบร้อยอย่างที่คิด แต่ตอนนี้เขาก็ได้รับอิสระที่แท้จริง
แต่ด้วยความเหนื่อยล้า ทำให้ดวงตาของเจอาร์ปิดลงอย่างไม่รู้ตัว และนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ที่เจอาร์ได้หลับตาลงอย่างรู้สึกปลอดภัยจริงๆ
To be continued…
-------------------------------------
สำหรับภาคแรกของ Paranormal ตอน The Dark Lord ก็ได้ดำเนินเรื่องมาจนจบลงแล้วครับ
แต่แน่นอน ทิ้งท้ายซะชัดเจนขนาดนี้ว่ามีภาคต่อ แล้วผมจะหยุดอยู่ตรงนี้ได้ยังไง!!! ขอผมหยุดพักเขียนภาคสองให้ได้สักครึ่งเรื่องก่อนแล้วกัน แล้วหลังจากนั้นก็มาเจอกันต่อได้เลย!!! กับ Paranormal II : The Queen of death !!!!!
แต่เวลาอัพจะไม่อัพด้วยชื่อ paranormal นะครับ จะอัพว่า Queen of death บทที่ x : (ชื่อตอน) ครับ
เอาละ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว จะแอบเอาตอนของภาคสองมาใส่ไว้เสี้ยวนึงแล้วกัน เหมือนดูหนังเวลาหลังเครดิตต้องมีฉากต่อให้ตื่นเต้น ><
---------------------------------------------------------------------
“อุ๊บ!” แทนค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น ความทรงจำของเขาขาดๆหายๆ ชายหนุ่มจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ และที่นี่ที่ไหน
มือหุ้มเกล็ดสีเขียวอมฟ้าทาบลงบนพื้นเรียบๆเย็นๆ เสียงหายใจของเขาก้องไปทั่วสถานที่ แสงอ่อนๆส่องลอดกระจกโมเสกที่อยู่บนเพดานสูงเหนือหัวของเขา ทำให้กระจกปรากฏเป็นลวดลายของมังกรสีเขียวอมฟ้าขนาดใหญ่ ที่กำลังพุ่งออกจากมหาสมุทร
แทนก้มลงมองดูพื้นที่เขากำลังนั่งทับอยู่ บนพื้นเองก็ปราฏลวดลายของมังกรขนาดใหญ่สีดำอมม่วง กำลังขดเป็นวงกลม รอบๆกองกระดูกมนุษย์
“มีใครอยู่มั้ย!?” แทนตะโกน เสียงของเขาสะท้อนไปทั่วสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายโบสถ์ แต่จากลวดลายจิตกรรมประติมากรรมรอบๆที่เต็มไปด้วยมังกรและสัตว์เลื้อยคลาน ที่นี่ต้องไม่ใช่โบสถ์ธรรมดาๆแน่ๆ
แทนลุกขึ้นก้าวออกเดิน แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เป็นเสียงของผู้หญิง ที่ฟังดูลึกลับน่ากลัว
“ยินดีต้อนรับ ‘เทซซีน’ ”
แทนหันหลังกลับไป ดวงตาอสรพิษสีเหลืองของเขามองไปยังต้นเสียงด้วยความสงสัย
“ที่นี่ที่ไหน? เธอเป็นใคร” แทนถาม โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่เธอพูดก่อนหน้านี้มีความหมายอะไรกับเขา
“พระเจ้า” หญิงสาวผมสีดำอมม่วงตอบ ดวงตาอสรพิษสีม่วงสดของเธอที่จ้องมายังแทน ถึงกับทำให้ชายหนุ่มขนลุกด้วยความกลัวเลยทีเดียว…
Next Chapter : Queen of death บทที่1 : Awake (...Coming soon...)