สวัสดีวันศุกร์กับเอ็นทรี่งูที่กลับมาอีกครั้งหลังหายไปนานครับ!!! หลังจากที่ชีวิตวุ่นวายและความขี้เกียจส่วนนึงได้หมดไป ในที่สุดผมก็กลับมามีแรงบันดาลใจที่จะเขียนเกี่ยวกับงูอีกครั้ง โดยวันนี้ งูที่จะมานำเสนอ เป็นงูที่อาจทำให้คนสับสนกับงูอีกชนิดหนึ่งได้ครับ นั่นคือ “งูปล้องทอง” นั่นเอง

 

^สวย :D

 

           งูปล้องทอง (Boiga dendrophila) เป็นงูพิษอ่อนชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้ในประเทศไทย เป็นงูใน Family Colubridae (เอ็นทรี่ของFamilyนี้ จะตามมาในไม่ช้าครับ) โตเต็มวัยยาว 2 - 2.5 เมตร หัวและปากกว้างใหญ่พอที่จะให้งูกลืนไข่นกหรือกระรอกเข้าไปได้
             ซึ่งงูปล้องทองมีลักษณะหน้าตาชวนให้เข้าใจผิดมากๆ เพราะจะไปคล้ายกับ “งูสามเหลี่ยม” ซึ่งเป็นงูพิษร้ายแรงที่โด่งดังพอสมควร ผลที่ตามมาก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่หน้าตาคล้ายโจร นั่นคือ ซวย โดนเหมารวมกันไปง่ายๆ

 

            ลักษณะของงูทั้งสองชนิดนี้คือ มีลำตัวสีดำสลับเหลืองเป็นลวดลายชัดเจน ที่ถ้าคนไม่รู้จักหรือมองผ่านๆด้วยความตื่นตระหนกอาจจะเข้าใจผิดได้ ทั้งๆที่จริงๆแล้วสองชนิดนี้มีความแตกต่างที่แยกได้ง่ายพอสมควร

           อย่างแรกเลยคือ หางของงูปล้องทองจะเรียวยาวแหลม มากกว่าหางของงูสามเหลี่ยมที่จะดูถู้ๆสั้นๆกว่าครับ

            อย่างที่สอง ดูง่ายกว่า คือ ลวดลาย ของงูทั้งสอง มีจุดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือ งูปล้องทอง จะมีแถบสีดำที่กว้างกว่ามาก และเส้นสีเหลืองที่คาดข้างลำตัวจะเล็กลีบ เป็นเส้นแคบๆ นั่นเองครับ ซึ่งถ้าเป็นงูสามเหลี่ยมลายมันจะขนาดเท่าๆกันสลับเป็นทางม้าลายเลยครับ

 

         งูปล้องทองมักจะพบในป่าชื้นๆแฉะๆ ป่าชายเลน เป็นที่มาของชื่ออังกฤษ Mangrove snake (Mangrove Forest = ป่าชายเลน) แต่ก็ใช่ว่าจะพบแค่ในป่าชายเลนนะครับ ที่อื่นก็พบได้

            โดยเมื่อตกใจ งูปล้องทองจะขดคอขึ้นเป็นตัวSและอ้าปากเพื่อขู่ และ งูปล้องทองเมื่อกัด จะพยายามเคี้ยวเรา เพื่อให้เขี้ยวที่อยู่ด้านในของปากสามารถเจาะเข้าเนื้อเราได้ โดยพิษของงูปล้องทองนั้น ถึงแม้จะเป็นพิษอ่อน แต่ถ้าโดนก็บวมได้ครับ แต่ที่แน่ๆ ต้องเจ็บ เพราะขนาดงูไม่มีพิษอย่างบอลไพธ่อนกัด(ฉกอาหารเบี้ยวมาโดน) ผมยังเจ็บจี๊ดเลยครับ โดนงูกัดมันจะเหมือนเอาเข็มกระซวกมือเร็วๆ เพราะฉะนั้นพยายามเลี่ยงที่จะเข้าไปตีสนิทกับงูป่าทุกชนิดครับ ตัวใครตัวมันดีที่สุด

 

          งูปล้องทอง นับว่าเป็นงูที่สวยงาม และความอันตรายก็พอๆกับพวกต่อแตน ที่สามารถทำร้ายเราได้ และมีพิษเจ็บปวด แต่ก็ไม่ถึงกับจะฆ่าเราถ้าหากร่างกายเราแข็งแรง เพราะฉะนั้นถ้าหากพบงูปล้องทองโดยบังเอิญ ก็ไม่ต้องไปกลัวว่ามันจะฆ่าเราทิ้งซะตรงนั้น เพราะคงไม่มีงูตัวไหนว่างพอจะไล่ฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง มีแต่คนเท่านั้นแหละ ที่จะไปวิ่งไล่ฆ่างูด้วยความตื่นตระหนก

          สำหรับผมแล้ว การเข้าใจผิดของชนิดงู และความอันตราย นอกจากจะทำให้เราประสาทแล้ว ยังทำให้งูตายโดยไม่จำเป็นอีกด้วย ซึ่งงูปล้องทองและงูสามเหลี่ยม นับว่าเป็นคู่ที่ดูสลับกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมไม่รู้ว่าจะมีงูสักกี่ตัวที่ต้องตายเพราะคน “ไม่รู้ว่ามีพิษหรือไม่มีพิษ อันตรายหรือไม่อันตราย”

 

          ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะให้คนไทยศึกษาในเรื่องนี้มากขึ้นอีก เพราะงูเป็นสัตว์ใกล้ตัว และการรับมือผิดๆนั้นส่งผลถึงชีวิตของทั้งสองฝ่าย เอาง่ายๆอย่างตอนมีข่าวลือเรื่องกรีนแมมบ้าเมื่อนานมาแล้ว งูเขียวปากจิ้งจก งูเขียวปากแหนบ งูเขียวกาบหมาก โดนล่าค่าหัวตายกันเต็มไปหมดเลย ทั้งๆที่พวกนี้เป็นงูบ้านเราเอง ถ้าคนคิดจะศึกษาก่อน พวกมันก็คงไม่ตายเปล่าแบบนี้

           อีกทั้งยังมีความเชื่อผิดๆมากมายที่ผมพยายามจะแก้ งูสีสดมีพิษร้าย งูแสงอาทิตย์อันตราย งูเห่างูจงอางอาฆาต ของพวกนี้ไม่ใช่ความเชื่อที่ถูกต้องเลยสักนิด และความเชื่อหลายอย่างของมนุษย์ กำลังทำร้ายธรรมชาติ

 

           มีการกินหมาโดยทรมานหมาก่อน นั่นก็เกิดขึ้นเพราะความเชื่อและประเพณี ซึ่งแน่นอน หมามีคนจำนวนมากคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใยให้อยู่แล้ว ผมเชื่อว่าปัญหานี้มีโอกาสคลี่คลายง่ายกว่า แต่ผมไม่คิดว่าคนที่รักงูจะมีมากขนาดนั้น ผมไม่คิดว่าปัญหาเรื่องการฆ่างูจะจบง่ายๆ หลายๆเอ็นทรี่ที่เขียนมา ผมก็มักจะจบท้ายด้วยการพยายามจะเปลี่ยนมุมมองที่คนมีให้ต่องู ว่างูเองก็เป็นสัตว์ที่มีทั้งข้อดีข้อเสียเหมือนสิ่งมีชีวิตอื่นทุกชนิด แต่ทำไมมันถึงถูกมองว่าเป็นตัวโกงอยู่ตลอด
           เอาง่ายๆครับ บางทีก็น้อยใจว่าทำไมดูแลกันแต่สัตว์ขน ทั้งๆที่สัตว์เกล็ดตรงนี้ก็ไม่ได้อยู่ดีกินดีเลย

 

           ทุกวันนี้การที่ผมเลี้ยงงู จะเจอแต่ประโยคที่ว่า “เลี้ยงทำไม? อันตราย” “ทำไมถึงชอบสัตว์ประหลาด ทำไมไม่เลี้ยงหมาแมวเหมือนคนอื่นบ้าง?”  “ระวังมันกัดนะ”
            ครับ หมาผมก็เลี้ยงครับ และทั้งงูทั้งหมากัดได้หมดครับ บางอย่างแค่เปิดใจมันก็ไม่อันตรายอย่างที่คิด แต่จะให้บอกว่าปลอดภัย100% ก็ไม่มีอยู่แล้ว เชื้อโรคที่มาด้วย อุบัติเหตุ ผมก็รู้ว่ามันมี แต่ไม่อยากให้มันอันตรายแค่เพราะเราเชื่อว่ามันอันตรายน่ะครับ ขอเหตุผล นิดนึงก็ยังดี

 

^งูของผมเองครับ ด้านน่ารักๆของงูก็มี :D

 

          สุดท้ายนี้ หลังจากไม่ได้เขียนถึงงูมานานแสนนาน ก็ปิดท้ายซะยาวเหยียด แบบเก็บกดเลยก็ว่าได้ ทุกวันนี้ผมพยายามจะปกป้องงูที่เลื้อยไปเลื้อยมาอย่างไม่รู้ชะตากรรมอยู่ข้างนอก แต่เสียงผมคนเดียว ณ ตอนนี้มันเบาเหลือเกิน ถ้าเป็นไปได้ สักวันผมจะเขียนหนังสือ ทำสารคดี เอาให้โลกทั้งใบมันเห็นเลยว่า ทุกอย่างมันมีทั้งความอันตราย ความสวยงาม ความน่ารัก ความน่าเกรงขาม ซ่อนอยู่ และเราไม่ควรมองแค่ด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น

         สวัสดีครับ

 

-----------------------

เพจบล็อก

http://www.facebook.com/pagetanbabasnake

 

-------------

อ้างอิง 

-  Dorling Kindersley hand books : Reptiles and Amphibians

-       A photographic guide to Snakes and other reptiles of Thailand and south-east asia

 -http://en.wikipedia.org/wiki/Boiga_dendrophila

-----------

เอ็นทรี่อื่นๆ

 Realm of knowledge

 

Comment

Comment:

Tweet

tongue cry พบเเล้วสวยมากเลย
question big smile confused smile sad smile น่ารัก
 สวดยอดมากเลย
จุ๊ฟฟฟฟฟฟฟฟembarrassed

#7 By (106.0.211.165|106.0.211.165) on 2015-09-10 11:24

#6 By เห่า (110.170.186.67|110.170.186.67) on 2014-07-25 15:25

ผมชอบสีเหลืองกับสีดำอยู่แล้วครับ
พอมาอ่านเจอ แอร๊ยยยย งูสีดำกับเหลืองมีจริงๆ 55
เป็นปลื้มกับสีครับ จุดนี้
ีรอเสพเอนทรี่ต่อไปน้า :'))
Hot! Hot! Hot!

#5 By TpfoX-Jay walkerZ on 2012-10-11 00:25

ง๊าสวย

#4 By Avenged_Sevenfold on 2012-10-01 23:46

Hot! Hot! Hot!
พูดถึงงูปล้องทองนี่ผมก็ดันนึกว่างูสามเหลี่ยมนะนี่ (ฮา)
ได้ความรู้ใหม่เพิ่มอีกแล้ว ขอบคุณครับbig smile
(ปกติเป็นผีบลอกตามอ่านทุกเอนทรี่นะ ผมก็ชอบอะไรแบบนี้เหมือนกันแต่ไม่รู้จะไปศึกษาดูจากทีไหน)
เห็นความพยายามแล้วก็อดจะมาเมนต์ไม่ได้ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะครับbig smile

#3 By バカ猫 on 2012-09-28 23:06

Hot! Hot! Hot! ตัวสุดท้าย ตาแบ๊วมากbig smile

#2 By dp on 2012-09-28 21:45

Hot! Hot! Hot! Hot!

ถ้าผมจำไม่ผิด..

ผมเคยเห็นงูชนิดนี้ในธรรมชาตินะ..

สีมันเด่นมากๆเลย..

และนึกไปเองว่า..

มันต้องมีพิษมากแน่ๆ555+^^

..

มีประโยชน์ครับ^^big smile big smile