เอ็นทรี่ใหม่ในรอบล้านปีครับ 55 พักหลังๆมาผมจะอัพในเพจ https://www.facebook.com/pagetanbabasnake มากกว่าในบล็อกนี้ครับ เนื่องจากว่าไม่มีเวลาและอารมณ์สำหรับเขียนบทความยาวๆสักเท่าไหร่ แต่คราวนี้กลับมาพร้อมกับเรื่องราวของงูที่น่าสนใจ “พิษของงู” นั่นเองครับ

 

 

Gaboon viper (Bitis gabonica)

 

          ถ้าหากพูดถึงงู หลายๆคนคงนึกถึงสัตว์ดุร้าย น่ากลัว ที่ถูกปลูกฝังกันมาแต่นานว่าเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์พิษ เป็นสัตว์ที่อันตราย ถูกนับถือและเกรงกลัวกันมาตั้งแต่โบราณ ทั้งๆที่ส่วนมากของงูเป็นงูไม่มีพิษและไม่มีอันตราย

           แต่ญาติๆรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเขี้ยวพิษ กลับเป็นคนปล่อยชื่อเสียงด้านความตายให้กับงู และเราจะมาดูกันว่า “พิษ” ที่ทำให้มนุษย์บนโลกนี้เกรงกลัว มีความสามารถและความน่ากลัวอย่างที่มนุษย์ลือกันมากแค่ไหนครับ

 

         พิษของงู แบ่งออกได้หลายชนิด แต่ในที่นี้ จะจำแนกตามผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ที่ระบบประสาท ระบบเลือด เป็นต้น หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า ที่รู้ๆมานั้น พิษงูมีแค่ทำลายระบบประสาท และเลือด ไม่ใช่หรอ? คำตอบคือไม่ใช่และไม่เชิงครับ และผมได้เตรียมมานำเสนอในเอ็นทรี่นี้แล้ว

  

Red sptting cobra (Naja pallida)

 

  1. 1.    Neurotoxins (พิษทำลายระบบประสาท)

            เป็นพิษที่ทำให้กล้ามเนื้อร่วมประสาทเป็นอัมพาต ความรุนแรงหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เล็กๆน้อยๆ ไปจนถึงอันตรายถึงชีวิต

อาการเบื้องต้น :

  1. Pre-paralytic (ก่อนเกิดการอัมพาต) : อาการวิงเวียนศีรษะ ปวดหัว และสูญเสียความสามารถในการรับรู้กลิ่นและรส อาจเกิดขึ้นหลังจากที่ถูกกัด แต่ในขณะเดียวกัน ความสามารถในการรับรู้เสียงอาจเพิ่มขึ้น และจะเริ่มเกิดอาการขนลุก

 

  1. Paralytic (เริ่มเป็นอัมพาต) : เปลือกตาหมดแรง ตาจะปิด เห็นภาพซ้อน มีปัญหากับการควบคุมกล้ามเนื้อบนหน้า (ยิ้มไม่ได้ ปิดตาและปากไม่สนิท เป็นต้น) ปากและลิ้นเริ่มเป็นอัมพาต กลืนน้ำลายลำบาก และปริมาณน้ำลายเพิ่มขึ้น

 

สัญญาณอันตราย :

    เมื่อกล้ามเนื้อที่ใช้กลืนและหายใจเป็นอัมพาต จะส่งผลให้น้ำลายไปรวมกันที่ด้านในคอ ทำให้หายใจไม่ออก และเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ บางครั้งอาจเสียชีวิตโดยตรงจากระบบหายใจเป็นอัมพาต

             

 

Golden Lancehead (Bothrops insularis)

 

2. Coagulants (พิษเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด)

 

         เป็นพิษที่ลดประสิทธิภาพในการจับตัวเป็นลิ่มของเลือด ก่อให้เกิดความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด

 

สัญญาณอันตราย :

        เลือดไหลออกมาจากแผลที่ถูกกัด หรือแผลอื่นๆไม่หยุด ในห้องทดลอง เลือดปกติถ้าหากนำออกมาหยดไว้ในหลอดทดลอง จะแข็งตัวภายใน 20 นาที แต่ถ้าหากเป็นเลือดที่ถูกพิษ เมื่อเวลาผ่านไปเลือดจะยังคงเป็นของเหลวอยู่เหมือนเดิม

 

       ในขณะเดียวกัน Procoagulants จะทำหน้าที่สนับสนุนให้เลือดแข็งตัว ซึ่งทำงานตรงข้ามกับ Anticoagulants ในเลือดของเรา ทั้งสองอย่างทำงานอย่างสมดุลเพื่อให้เลือดไม่ไหลออกจากแผลมากเกินไป และไม่ให้เลือดแข็งตัวภายในเส้นเลือดจนอุดตัน แต่ถ้าหากสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสียสมดุล นั่นหมายถึงอันตราย โดยเฉพาะถ้าหากเลือดไปอุดตันบริเวณสำคัญ ส่วนมากงูจะมีพิษทำให้เลือดไหลไม่หยุด แต่ก็มีข้อยกเว้นในงูบางชนิด ที่พิษมีทั้ง Pro- และ Anticoagulants

 

 

Northern cross adder (Vipera berus)

   3.    Haemorrhagins (พิษก่อให้เกิดการตกเลือด)

           เป็นพิษที่ทำให้เส้นเลือดมีคุณสมบัติทำให้เลือดซึมผ่านได้ และส่งผลให้เลือดซึมไปในเนื้อเยื่อร่างกาย

 

อาการเบื้องต้น :

        เลือดไหลจากเหงือกและจมูก หรือบริเวณที่ถูกงูกัด แผลเป็นเก่าๆ เลือดปนในน้ำลาย อาเจียน หรือปัสสาวะ

 

สัญญาณอันตราย :

        ปวดหัวอย่างรุนแรงกะทันหัน ช๊อค แน่นในลำคอ เมื่อพิษแบบ haemorrhagins และ coagulants มารวมพลังกัน ก็จะทำให้เกิดความล้มเหลวทางร่างกายอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเลือดที่เคยหล่อเลี้ยงร่างกายเราจะหันมาทำร้ายเราทันที ถ้าหากเลือดซึมไปตกในสมองก็จะสามารถเสียชีวิตได้ หรือถ้าหากเลือดคั่งในไตเองก็ทำให้ถึงชีวิตเช่นกัน ทั้งนี้เองก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของพิษงูแต่ละชนิดด้วย

 

Eyelash pit viper (bothriechis schegelii)

4.    Haemotoxin หรือ Haemolytic (พิษทำลายเลือด)

           เป็นพิษที่จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง ให้มันแหลกเป็นเสี่ยงๆ

 

สัญญาณอันตราย :

       Haemoglobinuria หรือก็คือ สีของเลือดเข้าไปปนกับปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมีสีออกโทนชมพู เนื่องมาจากเศษซากของเม็ดเลือดแดงที่ถูกทำลายอาจหลุดเข้ามาในไต ซึ่งอาจทำให้เกิดการอุดตัน และทำให้ไตทำงานอย่างไม่ปกติได้

 

5.    Myotoxin (พิษทำลายกล้ามเนื้อ)

          เป็นพิษที่จะทำลายกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อในระบบหายใจ อาจด้วยการทำให้เป็นอัมพาต หรือทำลายระบบประสาทกล้ามเนื้อคล้ายกับ neurotoxin หรืออาจใช้วิธีการย่อยสลายตัวกล้ามเนื้อไปเองเลยก็ได้

 

สัญญาณอันตราย :

          Myogloburunia หรือก็คือ สีของกล้ามเนื้อที่ถูกทำลายเข้าไปปนในปัสสาวะ ปรากฏเป็นปัสสาวะสีน้ำตาล (แบบเดียวกับโค้กหรือแปปซี่) สาเหตุการเสียชีวิตเป็นได้ทั้งไตทำงานผิดพลาดเช่นเดียวกับ haemotoxin หรือเป็นเพราะหัวใจล้มเหลวเนื่องจากปริมาณโพแทสเซียมในเลือดสูง (มาจากกล้ามเนื้อที่ถูกทำลาย) ก็เป็นได้ครับ

 

Beaked Sea snake (Enhydrina schistosa)

  1. 6.    Cytotoxin หรือ Necrotoxic หรือ Proteolytic (พิษทำลายเนื้อเยื่อ)

          เดิมเป็นพิษที่ถูกออกแบบมาให้ช่วยย่อยอาหารให้เร็วขึ้น แต่เมื่อนำมาใช้ป้องกันตัวก็ส่งผลที่น่าขยะแขยงออกมาได้

 

สัญญาณอันตราย :

          แผลบวมโต เจ็บปวดรวดร้าย สีเริ่มคล้ำ พอง ช้ำ มีของเหลวไหลออกจากแผล ถึงแม้อาการเหล่านี้จะไม่ได้อันตรายถึงชีวิตโดยตรง แต่การกัดของงูที่มีพิษ Necrotoxic ก็นำไปสู่การเกิดเนื้อตายในร่างกายได้ (ที่ไหนก็ได้ที่พิษไปถึง) แต่ส่วนมากจะเกิดแค่บริเวณที่ถูกกัดเท่านั้น การรักษาอาจเป็นได้ถึงขั้นตัดอวัยวะนั้นออก หรือเปิดแผลเปิดเนื้อเยื่อบริเวณนั้นออกเพื่อคลายความดันเลือดในบริเวณนั้น และมักจะทิ้งร่องรอยบนผิวหนังให้ตามรักษากันต่อไป นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการติดเชื้อและเป็นมะเร็งหลังจากโดนกัดอีกด้วย

 

Puff adder (Bitis arietans)

  1. 7.    Nephrotoxins (พิษทำลายไต)

เป็นพิษที่ออกแบบมาเพื่อทำลายไตโดยตรง ซึ่งไม่มีสัญญาณอะไรให้เห็นจากภายนอกนัก ถึงแม้การเกิดไตล้มเหลวนี้อาจเกิดขึ้นจากพิษรูปแบบอื่นที่เข้ามาทำลายระบบเลือด ทำให้เกิดการอุดตันในไต แต่ก็มีพิษที่เฉพาะเจาะจงและถูกสร้างมาเพื่อทำลายระบบไตเลย

 

  1. 8.    Sarafotoxins (พิษเส้นเลือดหัวใจ)

       พบได้แค่ในงู Burrowing asps เท่านั้น มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดหัวใจตีบ และลดความดันเลือด อาจทำให้หัวใจวายได้

 

งูทับสมิงคลา (Bungarus candidus)

      สุดท้ายนี้ งูพิษถึงแม้จะฟังดูเป็นสิ่งน่ากลัว แต่ว่าอย่าเพิ่งสติแตกพากันไปทำร้ายงูเด็ดขาดนะครับ พิษหลายชนิดเองก็ถูกทำมาทำเซรุ่มและช่วยชีวิตคนไปจำนวนมาก แต่ผมจะไม่โกหก และขอเตือนไว้ว่า งูที่ยังไม่มีเซรุ่มเองก็มีอยู่เช่นกัน อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ว่าเราจะไปฆ่ามันก่อนแค่เพราะมันฆ่าเราได้ ธรรมชาติได้สร้างสิ่งมีชีวิตให้อยู่ร่วมกันหลายรูปแบบเพื่อเกิดความสมดุลมาโดยตลอด และงูเองก็ช่วยลดปริมาณหนูและสัตว์อื่นๆที่สามารถเป็นปัญหาได้อยู่อย่างลับๆ

 

      นอกจากนี้แท้จริงแล้วงูไม่มีพิษนั้น มีมากกว่างูพิษมากครับ และไหนจะมีงูพิษอ่อนที่ฆ่าเราไม่ได้ จับงูพิษแรงจำนวนนึงปาลงทะเลไป แถมตัดความน่าจะเป็นเพราะงูพิษบางชนิดไม่ค่อยกัดออกไปอีก จริงๆแล้วโอกาสตายจากการโดนงูกัดมันจะน้อยกว่าที่เราคิดมากครับ ถ้าเราไม่เข้าไปซ่า ทำร้ายมันก่อนเอง ถ้าเป็นไปได้ อยู่ส่วนใครส่วนมันก็พอครับ

 

     ผมเองไม่ได้ขอให้ทุกคนชอบงู ไม่ได้ขอให้ทุกคนเลิกกลัวงู แต่อยากให้ทุกคนเรียนรู้ที่จะเข้าใจมันมากกว่านี้ เรียนรู้ว่าอะไรเป็นอะไรมากกว่านี้ และอยู่ร่วมกับมันได้ดีกว่านี้เท่านั้นเองครับ สำหรับวันนี้เอ็นทรี่ที่ปรากฏมาในรอบล้านปีก็คงต้องจบลงแล้ว ขอให้ทุกคนโชคดีนะครับ สวัสดีคร้าบบบบบบ

 

---------------------------

 

เพจบล็อก :

 https://www.facebook.com/pagetanbabasnake

อ้างอิง :

 - หนังสือ Venomous snakes of the world โดย Mark O'shea

ภาพจาก :

-       http://davewelling.photoshelter.com/image/I0000MdngGZ5e9x4

-        -http://ferrebeekeeper.wordpress.com/tag/naja-pallida/

-   http://www.thebest.gr/news/index/viewStory/122265

-  http://www.biopix.com/common-viper-adder-vipera-berus_photo-42529.aspx

http://www.flickriver.com/ photos/thorhakonsen/ 8135320226/

 
 

 

Comment

Comment:

Tweet

View <a href="http://www.supremeessays.co.uk/">this Web site</a> if you are trying to find a trusty writing centre. Get paper writing uk from writing aces.

#3 By MCDOWELL35Mindy (31.184.238.73|31.184.238.73) on 2014-02-01 07:49

อ่านแล้วก็น่ากลัว
เหมือนอ่านพวกสัตว์ที่มีความสามารถพลังพิเศษอะไรพวกนั้นเลย ฮ่าๆ 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ ><   //กดไลค์เพจแว้ว

#2 By TpfoX-Jay walkerZ on 2013-07-03 13:04

ความรู้แบบละเอียดดดดcry cry cry
ขอบคุณมากค่ะ อยากได้รายละเอียดเกี่ยวกับพิษงูมานานแล้ว(แบบภาษาไทยด้วย เห็นแต่รายละเอียดเดิมๆตลอดเลยค่ะ
ปล. Red sptting cobra สีสวยมากค่ะ
Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Se.ChoU on 2013-06-23 05:51